|
Count Down 2009 ที่ London - เที่ยวลอนดอนวันที่ 2 |
|
|
|
|
Written by สิงโต
|
|
Sunday, 13 December 2009 03:13 |
|
Page 3 of 4
วันที่ 2 (31 มกราคม 2552) ตื่นตาตื่นใจกับพระราชวังบักกิ้งแฮม (Buckingham Palace) ล่องเรือแม่น้ำเทมส์ (Thames River) ชมสะพาน Tower Bridge จุดหมายตา (Landmark) ที่สำคัญของกรุงลอนดอนยามค่ำคืน นั่งทานอาหารค่ำร้านหรูข้าง Tower of London ไป Count Down ที่ London Eye
ตื่นเช้ามาก็ออกมาที่ห้องรวมรับประทานอาหารของโรงแรมที่ผมไปพัก (เป็นโรงแรมแบบ B&B เพราะเน้นพักถูก เก็บเงิน ไว้เที่ยว ไว้กินดีกว่า) ....อาหารที่ทานก็เป็น English Breakfast ซึ่งมีเพียงขนมปังปิ้ง ไข่ดาวแล้วก็ไส้กรอก ฝรั้งโต๊ะข้างเห็น English Breakfast ของเราดูแล้วไม่น่าทาน เลยสั่งเป็น Continental Breakfast ซึ่งป้าที่เป็นแม่ครัวที่นั่น ก็ดัดแปลงเมนูของแกให้ เป็นดังที่ใจฝรั่งโต๊ะนั้นต้องการ โดยเอาไส้กรอกออก แล้วเพิ่มไข่ดาวเป็น 2 ฟองเป็นอันเสร็จพิธี พวกเราหันไปเห็นเข้าก็อดหัวเราะไม่ได้ (เอากับป้าแกดิ) เมื่อทานอาหารเสร็จต้องเหน็ดเหนื่อยกับการแต่งตัว เพราะใส่หลายชั้นมาก อย่างผมก็ Longjohn 2 ตัว แล้วกางเกงวอร์ม 1 ตัวแล้วทับตามด้วยกางเกงยืน ส่วนด้านบนก็เสื้อกล้าม เสื้อยืด 2 ตัว (แขนสั่น 1 แขนยาว 1 )แล้วตามด้วย เสื้อกันหนาว เมื่อแต่งตัวป้องกันความหนาวเสร็จ ก็ไปที่สถานีรถไฟฟ้ามุ่งไปลงที่สถานี St.James Park จากจุดนี้ผมเดินย้อนมา ที่จตุรัสทราฟัลกราที่มาเมื่อวาน เพื่อเดินเข้าสู่ถนนที่เรียกว่า The Mall gx เพื่อมุ่งตรงไปพระราชวังบักกิ้งแฮม ก่อนที่จะถึง พระราชวังบักกิ้งแฮม ผมก็มาถึงสวนสาธาณะ St.James Park ก่อน ซึ่งที่สวนแห่งนี้ชาวลอนดอนมักจะมาพักผ่อน ทานข้าวกลางวัน กันครับ ระหว่างที่เดินมุ่งหน้าไปที่อนุสาวรีย์พระนางเจ้าวิกตอเรีย (อนุสาวรีย์สีขาวที่สร้างเป็นเกียรติแด่พระนางเจ้าวิกตอเรีย หน้าพระราชวังบักกิ้งแฮม) ผมเห็นขบวนทหารม้าที่เขากำลังจะมาผลัดเปลี่ยนเวรยามที่หน้าวังเลยถ่ายรูปเอาไว้ คนดูเยอะมากเลยไม่รู้ว่าพี่ลูกหมีหายไปไหน แต่ด้วยที่เราสองคนมีโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อกันได้เลยไม่กลัวเรื่องหลง (ผมคิดไปเอง) ผมเดินอย่างไม่สนใจใครปล่อยอารมณ์ให้ดื่มด่ำกันการเที่ยวชาติตะวันตกครั้งแรกในชีวิตของผม..เดินไปเดินมาก็ได้เห็นกระรอกน้อย เลยถ่ายรูปเก็บเอาไว้เพื่อบันทึกความสุขเมื่อได้เยือนที่แห่งนี้ ผมเดินมาเรื่อยๆ ก็มาถึงอนุสาวรีย์สีขาว เห็นรูปปั้นพระนางเจ้าวิกตอเรีย ขนาดใหญ่ในท่านั่ง ดูแล้วมีความโอบอ้อมอารีย์และมีความน่าเกรงขามอยู่ในตัว เหลือบขึ้นไปเห็นนางฟ้าอยู่บนยอด น่าจะเป็นเทพี แห่งชัยชนะที่ชื่อ วิคตอเรีย นั่นแหละ ผมเดินไปถ่ายมุมโน้นมุมนี้ มาเที่ยวที่อังกฤษนี่ เจอเพื่อนเยอะ (รูปปั้นสิงโต) เลยประทับใจใหญ่ เจอเป็นไม่ได้ต้องเข้าไปถ่ายรูป ดูรายละเอียดรูปปั้น เขาเก็บรายละเอียดได้ดีมากเลยครับ เพราะเมื่อผมเดินไปถ่ายรูปด้านหลังของสิงโต ผมก็จะเจอ "ไข่" ของมัน (แอบอมยิ้มนิดหนึง..) เดินถ่ายรูปอย่างสนใจเก็บรายละเอียด พี่ลูกหมีก็เดินมา แกบอกว่าเมื่อกี้วิ่งตาม ขบวนทหารม้าไป แล้วก็ต่อว่าผม(เหมือนหมีกินผึ้ง) แล้วก็แยกย้ายไปเก็บภาพตามระเบียบโดยผมจะบอกพี่ลูกหมีว่า เดี๋ยวเขาจะมีพิธี เปลี่ยนเวรยามนะ ให้รอถ่ายรูปด้วย ซึ่งตอนนั้นคนที่มาดูเยอะมาก ๆ แดดก็แรง แต่หนาวสุด ๆ ระหว่างที่รอก็จะมีขบวนพาเหรด ทหารเริ่มมากันนักท่องเที่ยวไม่ให้เดินมั่ว โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นถนน โดยระหว่างที่รอพิธีที่ว่า ผมก็แอบมองคนหน้าตาดี หุ่นดี ไปเรื่อย ๆ เป็นอาหารตา และแล้วผมก็ทนความหนาวไม่ไหว และติดต่อพี่ลูกหมีไม่ได้ ระหว่างนั้นเมฆหนามากสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มี เลยติดต่อพี่ลูกหมีไม่ได้ เลยตัดสินใจลุยเดียว เดินจากพระราชวังบักกิ้งแฮม เลยต้องรีบไปหลบหนาวที่สถานี St.James Park แต่หลบอยู่ทางเข้ารถไฟฟ้าใต้ดินก็ยังไม่หายหนาว เลยตัดสินใจเดินต่อข้ามสะพานเวสต์มินเตอร์ เพื่อไปยังร้านค้าข้าง Mcdonald's ไปนั่งจิบ Hot Chocolate รอแล้วกัน ไม่นานก็สามรถติดต่อพี่ลูกหมีได้ ก็บอกให้พี่เดินข้ามแม่น้ำมา พอพี่ลูกหมีมาถึงก็บ่นเหมือนไปกินผึ้งมา (หมีกินผึ้ง) และนัดแนะกันว่า ต่อไปนี้หากหลงกันเราจะไปยืนรอกันที่ที่เห็นกันครั้งสุดท้าย หมายถึงหันหน้ามาเจอกัน (กรณีสัญญาณใช้ไม่ได้) หลังจากนั้นเราสองคนก็เดินทางข้ามแม่น้ำเทมส์อีกรอบเพื่อไปขึ้นเรือล่องแม่น้ำเทมส์ฝั่งตรงข้าม สำหรับเรือล่องแม่น้ำเทมส์ที่เปิดให้บริการนั้นมีอยู่หลายบริษัทครับ ซึ่งมีราคาไม่แตกต่างกันมาก ส่วนผมนั้นใช้บริการของบริทซิตี้ครูชส์ เพื่อนๆ ที่มีบัตรออยส์เตอร์การ์ดสามารถนำมาเป็นส่วนลดได้ด้วย และบริษัทนี้ก็จอดเทียบท่าไม่มากทำให้ไม่เสียเวลาเดินทางครับ เพราะเขาจะจอดแค่ 4 ท่า คือ ท่าเรือเวสมินส์เตอร์ (Westminster Pier) ท่าเรือวอเตอร์ลูมิลเลเนี่ยม (Waterloo Millenium) ท่าเรือหอคอย (Tower Pier) และท่าเรือกรีนิช (Greenwich Pier) สำหรับผมบ่ายวะนนี้จุดหมายปลายทางคือ สะพาน Tower Bridge ซึ่งต้องไปลงที่ท่าเรือ Towe Pier ระหว่างที่นั่งอยู่บนดาดฟ้าเรือ ก็ชิมวิวทิวทัศน์ของสองฝั่งแม่น้ำเทมส์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่บรรยายให้ความรู้ถึงสถาณที่ต่างๆ ฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง ถามพี่ลูกหมีบ้าง โดยเรือจะแล่นลอดผ่านสะพาน Hungerford Foot Bridge ที่เราไปมาแล้วในวันแรก จากนั้นด้านถนนซ้ายมือจะเป็นถนนริมน้ำ เรียกว่า Victoria Embankment ถัดไปคือ Waterloo Bridge ส่วนด้านขวามือจะเป็นอาคารอีอกโซทาวเวอร์ Oxo Tower ถัดมาคือสะพาน Blackfriars Bridge และติดๆกันคือสะพาน Millenium Bridge เลยมาอีกนิดจะเป็น Southwark Bridge และ Southwark Cathedral จากนั้นเรือก็จะเล่นผ่านสะพานลอนดอน London Bridge ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์แห่งแรกของลอนดอน และก็ถึงจุดหมายปลายทางหอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London) ด้านซ้ายมือ ถัดไปก็จะเป็นสะพาน Tower Bridge สัญลักษณือีกแห่งหนึ่งของกรุงลอนดอน ผมลงจากเรือที่ที่เรือ Tower Pier เพื่อเดินไปชมความงามและถ่ายภาพร่วมกับ Tower Of London และ Tower Bridge ซึ่งถนนที่เรากำลังยืนอยู่นี้เป็นถนนหินเรียงริมฝั่งแม่น้ำ บรรยากาศสองฝากฝั่งงดงามมากสุดที่จะบรรยาย หลังจากที่พระอาทิตย์ได้ลาลับขอบฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว อากาศในช่วงกลางคืน ( ประมาณ 17.00 น.) ช่างหนาวเย็นยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ไหนๆมาแล้วก็ต้องอดทนไปยืนเก็กถ่ายรูปกันให้คุ้มค่าที่สุด และจึงไปทานอาหารที่ร้านอาหารสุดหรูข้าง Tower of London นั่นแหละ บริการหนุ่มอังกฤษหน้าตาดีก็มาคอยให้บริการพวกเราสองคน ซึ่งสั่งอาหารมาทานอย่างเต็มอิ่ม และตามด้วย Hot Chocolate ของโปรดตามเคย..(ก็มันหนาวอ่ะ) หลังจากที่อิ่มหมีพีมันแล้ว ผมสองคนรีบนั่งรถไฟฟ้ากลับไปที่สะพานเวสต์มินเตอร์ เพื่อไปจับจองที่นั่ง หามุมเหมาะๆ เพื่อเตรียมตัวรอ Count Down 2009 กันแถวๆ London Eye จำได้ว่าเรามาถึงที่นี่กันประมาณ 20.00 น. หนุ่มสาวชาวลอนดอน พร้อมทั้งยักท่องเที่ยวชาวต่างชาติออกมาออกัน เพื่อจับจองที่ที่เหมาะแก่การถ่ายภาพ London Eye ให้ดีที่สุด ยิ่งเริ่มดึกคนก็ยิ่งแน่น เราคนแปลกถิ่นไม่รู้ว่าจะต้องไปซื้อของขบเคียวมาทานระหว่างรอได้จากที่ไหนในระแวกนั้น ก็ได้แต่ยืนทนหนาวกับเหล่ชาวบ้านรอเวลาไป ระหว่างที่ยืนรออยู่นั้น ก็มีหนุ่มน้อย สาวน้อยชาวลอนดอน มายืนกอดรัดดูดปากกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่เกรงใจผมชาวต่าชาติหัวดำๆ เอาซะเลย เนื่องจากผมอยู่ใกล้คู่นี้มากที่สุด เจอแบบนี้ก็อดหน้าแดงเขินแทนแกมอิจฉาไม่ได้ มองไปรอบๆข้างมีเด็กสาวฝรั่งยิ้มให้แล้วหัวเราะเบาๆ ประมาณว่าอิจฉาโน๊ะ ผมก็ยิ้มตอบให้ หลังจากที่หนุ่มสาวคู่นั้นดูดดื่มกันระยะหนึ่ง ไม่รู้ว่าทนหนาวไม่ได้หรืออย่างไร หรือไปหาทำเลใหม่ให้เหมาะแก่การฉลองปีใหม่ปีนี้ หลังจากที่ยืนรอเวลา Count Down จนเมื่อยแล้วจึงเปลี่ยนอริยาบถไปนั่งบ้าง พอนั่งปุ๊บก็ถึงบางอ้อว่าสองหนุ่มสาวทำไมจึงรีบไปเช่นนั้น เนื่องจากผมเห็น OB ผ้าอนามัยแบบแท่งชุ่มไปด้วยเลือดกองอยู่ ก็ไม่รู้ว่าสองคนนั้นกอดรัดฝัดเหวี่ยงกันท่าไหน OB จึงกระเด็นออกมาอยู่ตรงนี้ได้ .. ผมเลยต้องขยับที่ไปให้ไกลจากจุดนั้นหน่อยเนื่องจากรับไม่ได้จริงๆ และแล้ววิบากกรรมก็มาเกิดขึ้น เมือผมเกิดปวดท้องอึกระทันหัน เวลาประมาณ 22.00 น. ผมพยายามฝืนทน เพราะเกรงว่าจะได้ได้ Count Down เริ่มบ่นเพราะหน่าวสุดๆ เรื่องปวดอึผมยังพอทนได้ แต่พี่ลูกหมีแกทนหนาวไม่ไหวแล้วและเริ่มจะโมโหผมที่ยังไม่ยอมกลับสักที เพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียดผมจึงต้องยอมแพ้และเริ่มเดินออกไปจากจุดนั้นในเวลา 23.00 น.โดยประมาณ เนื่องจากเป็นวันสิ้นปี มีผู้คนออกมามากมายรถไฟฟ้าในกรุงลอนดอนปิดให้บริการหมด (แปลกจัง ถ้าเป็นบ้านเรามีแต่จะเปิดให้บริการ) ดังนั้นจึงมีแต่คนเดินบนท้องถนนกันค่อนข้างมาก ด้วยเหตุนี้ผมและพี่ลูกหมีจึงต้องใช้บริการรถเมล์เพื่อกลับไปยังที่พัก พอถึงที่พักผมก็รีบเข้าห้องน้ำ ซึ่งเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่เขากำลังเริ่มนับ Count Down (ดูใน TV) ผมจึงร่วม Count Down กับเขาด้วย โดยเฉพาะเมื่อนับถึงแปด ผมก็นับ แปลดดดดด.... มายังดัง ซึ่งถือว่าเป็นการ Count Down ที่ได้ทิ้งความทุกข์ไว้เบื้องหลัง และได้รับความสุขกลับคืนมาหลังจากนับจบทันที.. อิอิ
ทุกปัญหามีทางออก... ปรึกษาสิงโตทาโร่ ทำนายดวงด้วยไพ่ยิปซี
|
|
Last Updated on Thursday, 08 July 2010 13:21 |