| ซื้อกล้วยไม้รับเดือนแห่งความรัก |
|
|
|
| Written by สิงโต |
| Monday, 08 February 2010 17:30 |
|
ปกติแล้วเกือบทุกปี ผมมักจะซื้อกล้วยไม้ lot ใหญ่ เพื่อมาเปลี่ยนสวนที่บ้านให้มีสีสันสดชื่น ไม่ซื้อปลายปี ก็ต้นปี สำหรับปีนี้หลังจากที่ได้เงินจากการทำเว็บไซต์ให้กับเพื่อนๆ ที่มีอุปการะคุณหลายราย และได้รวบรวบเงินค่าเหนื่อย เล็กๆน้อยผสมผเสกับเงินเก็บของตัวเอง และเงินจากคนที่เรารักบริจาคให้ ...มารวบกัน จึงสามารถซื้อกล้วยไม้มาตบแต่งบ้าน เป็นสกุลหวาย 50 ต้น และแวนด้า 10 ต้น บ้านเลยมีสีสันขึ้นมาหน่อย ถือว่าชดเชยดอกกุหลาบที่ตั้งหน้าตั้งตารอมาหลายปี และยังไม่มีวี่แววว่าจะได้จากใครๆที่ไหน อุตส่าห์ทำตัวน่ารัก แอ๊บแบ๊วกับเขาแล้ว ก้อยังไม่มีคนซื้อให้สักที บอกว่าอยากได้ อยากได้ ก็โดนด่ากลับทุกที เป็นต้องซื้อให้ตัวเองทุกปีอยู่ร่ำไป (ก้อรักตัวเองอ่ะ แปลกตรงไหน) วาเลนไทน์ปีนี้บอกที่รักไปแล้วว่าอย่าลืมนะ วันพิเศษ ... แล้วก้อแกล้งว่าอยากได้โน่นนี่นั่น อย่างนู๊น อย่างนี่อย่างนั้น ตามประสา ก็ทำไงได้ เรามันคนโชคดีที่มีแต่คนรักและเอาใจ (ยกเว้นไม่ซื้อกุหลาบให้) แล้วเขาก็มักจะทำให้เราทุกปี และเกินที่คาดคิดไว้เสมอ.. (ที่รัก ไม่ชอบให้ซื้อของให้..ชอบให้ทำตัวน่ารักแล้วเอาเงินมาให้ก็พอ ที่รักชอบเงินมากกว่า) ปีนี้คงอดไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะที่รักต้องเอาเงินไปจ่ายค่าเทอม...เรียน ป.เอก ตั้ง 210,000 แม้ว่าจะได้เงินโบนัสมาเกือบ 500,000 ก้อตาม (โบนัสผมออกกลางปี คงได้สัก 20,000 - 30,000 มั้ง เซงว่ะ) หลังจากที่เริ่มปล่อยวางเรื่องงานของหมู่บ้าน ก็หันมาดูแลตัวเองและบ้านมากขึ้น เลยไปเจ้ากี้เจ้าการคนสวนเรื่องการรดน้ำต้นไม้ การให้ปุ๋ยประจำอาทิตย์ ว่าต้องให้อย่างไร เวลาไหนควรให้ (ว่าจะทำตารางตรวจสอบการทำงานของคนสวนซะหน่อย..มากไปเปล่า) เห็นการดูแลของคนสวนก็กลุ้มใจ ดีนะที่บ้านนี้มีแต่คนขยัน (ยกเว้นผม) ที่เห็นกิ่งไม้ยื่นแหลมออกมาจาพุ่มเมื่อไรเป็นต้องโดนตัดออกทุกที ผมมีหน้าที่ตรวจสอบความสวยงาม ดังนั้นใครในบ้านจะตัดแต่งตรงไหน ต้องมาขออนุญาตผมทุกคนก่อนเสมอ แม้ในบ้านจะมีที่รัก ทีชอบบ่นเหมือนหมีกินผึ้งทุกวันแล้ว ผมแม้จะเป็นสิงโตที่ใจเย็นแสนเย็น แต่หากวันไหน อารมณ์เกิดขึ้นมา ที่รักและคนในบ้านก็มักจะยอมผมหมด แถมบอกว่า หากอยากได้อะไรจริงๆ ให้ดื้อ บอกอย่างนั้นซะด้วย แต่ผมก็ไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร อย่างไงก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ผมอยากได้เสื้อสัก 2-3 ตัว ที่บ้านก็จะพากันไปเลือกซื้อ ตัวนั้นดี ตัวโน้นก็ดี สรุปเอาตัวนี้ ตัวนี้แล้วกัน แล้วก็จ่ายเงิน ผมหันไปถามว่า มีใครถามผมหรือยังว่า ผมชอบไหม.. เขาบอกว่าไงรู้ไหมครับ "ที่เลือกให้น่ะดีที่สุดแล้ว" ...นี่แหละชีวิตผม..ล่ะ ตอนหลังผมเริ่มดื้ออย่างที่เขาบอก เลยได้ในสิ่งที่ชอบมาบ้าง คือ ผมแอบไปซื้อแล้วค่อยมาเบิกเงินทีหลัง อิอิ อย่างที่เคยกล่าวไว้ ว่าผมชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน และจิตใจเพื่อให้ตัวเองสามรถอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีความสุข ผมอ่านหนังสือ "เข็มทิศชีวิต" มาตั้งแต่เล่มแรก จนกระทั้งตอนนี้ออกเล่มที่ 3 แล้วแผมกำลังอ่านอยู่ และคิดว่าเมื่อเราได้อะไรดีๆ แล้วก็ควรเอามาแบ่งปัน ย้ำเตือนให้เพื่อนร่วมโลกได้ระลึกถึงกันบ้าง เวลาผมอ่านหนังสือประเภทนี้ทีไร ผมมักจะดีใจว่า ชีวิตส่วนใหญ่ของผม ก็ดำเนินตามคำแนะนำในหนังสือแล้วกว่า 80% แต่ทำไมต้องอ่าน อ่านเพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป หรือ หลงลืม ตกหล่นไปบ้าง ดังนั้นควรมีหนังสือประเภทนี้ติดตัวอยู่เสมอ ผมเป็นคนชอบทำงานสาธารณะครับ มีหลายคนถามผมว่าทำไปเพื่ออะไร เหนื่อยเปล่าๆ ผมตอบว่าผมทำแล้ว หากประสบความสำเร็จ สิ่งที่ทำแล้วทำให้คนส่วนใหญ่มีความสุขได้ ผมก็จะมีความสุข เมื่อทำได้ก็ลำพองใจ อยากทำอะไรดีๆ ยิ่งขึ้นไปอีก คิดแต่แง่ดี หวังจะหยิบยื่นสิ่งดีๆให้กับคนหมู่มาก ไม่มีใครทำ ผมอาสาทำให้เอง จนบางครั้งก็อาจทำให้ตัวเองมีภัย เนื่องจากลืมคิดไปว่า คนเรามีพื้นฐานของความคิดไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเหมือนกับสิ่งที่เรากำลังตั้งใจจะทำ บางที่เราทำงานเยอะแยะ ทำงานแทนคนอื่น แต่สิ่งที่ได้กลับกลายเป็นการมองข้ามในสายตาคนอื่น เขาไม่ได้เห็นความดีงามในสิ่งที่เราทำ หน่ำซำกลับตำหนิติเตียนซะอีก ตอนนแรกเกิดน้อยใจและคิดว่า จะไม่ทำงานเพื่อสาธารณะอีกแล้ว ทำทำไม เปลืองตัว เหนือยฟรี เรามีเรื่องที่เราต้องทำ ที่มีประโยชน์กับตัวเราเองตั้งเยอะทำไมไม่ทำ ทำไมเราต้องไปอาสาทำงานให้คนอื่นด้วย จนกระทั้งวันหนึ่งได้พบกับแม่ชีรูปหนึ่ง เราได้สนทนาธรรมกันพักใหญ่ประกอบกับการอ่านหนังสือ " เข็มทิศชีวิต 3 " ทำให้รู้ว่า ธรรมชาติได้ส่งบทเรียนอันมีค่า เพื่อให้เราได้พัฒนาจิตใจของเราให้ละเอียดขึ้น นั่นคือ ให้เรารู้จักปล่อยวาง นั่นคือ หากเราได้ทำกรรมดีแล้ว มีคนหนึ่งคนใดมาตำหนิหรือไม่เห็นกับสิ่งที่เราทำ ให้เราอย่าโกรธและเสียใจ แต่ให้เราฝึกการปล่อยวาง และทำกรรมดีนั้นๆ ต่อไป แม้วันนี้ สิ่งที่เราทำยังไม่เห็นผลอะไร แต่คนทำดีย่อมได้ดี มันจะสะท้อนกลับมาหาเราไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง และผมก็เชื่อเช่นนั้น เพราะตลอดชีวิตของผม ทุกครั้งที่มีเรื่อง หรือเป็นทุกข์ ผมมักจะมีคนเข้ามาช่วย ให้ความสนับสนุนเสมอ อาจเป็นเพราะผมชอบงานที่เป็นสาธารณะกุศล ละมัง ดังนั้น หากเพื่อนๆ ท่านใดอ่านมาถึงจุดนี้แล้ว อยากให้ทำสิ่งดีๆไว้ ใครไม่เห็นด้วยกับเราช่างเขา เราจะได้ผลของกรรมดีที่เรากระทำ และเขาก็จะเห็นผลของกรรมชั่วที่เขากระทำ ไม่ช้าก็เร็ว ไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง เราอย่าไปขวางเขา แต่ต้องรู้จักที่จะปล่อยวาง สู้ๆ .. |
| Last Updated on Monday, 08 February 2010 18:11 |
|
500 บาท/ชั่วโมง MO: 084-7510672 รับประกันความพอใจ |