| ค่าของคน...วัดจากสิ่งใด |
|
|
|
| Written by janjira |
| Saturday, 21 August 2010 22:59 |
|
สวัสดีค่ะ หลายวันมานี้ ฉันมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยเวลาได้พักผ่อนเท่าไร มั่วแต่ยุ่งเรื่องโน่นเรื่องนี้ ไหนจะเรื่องงาน ไหนจะเรื่องส่วนตัว และอีกมากมายหลายปัญหาที่เข้าแต่ละวัน จนฉันเองรู้สึกท้อ เหนื่อยเหลือเกิน แต่พอมาคิดอีกทีไม่ใช่ฉันคนเดียวที่ท้อแท้ ทุกคนต่างมีปัญหากันทุกคน แล้วแต่ว่าใครมีมากหรือมีน้อย บางทีใครอีกหลายคนอาจจะมีปัญหามากกว่าตัวฉันก็เป็นได้ ขอให้ทุกคนลุกขึ้นมาต่อสู่ และเริ่มต้นใหม่ คนเราทุกคนย่อมมีค่าในตัวเอง ท้อได้แต่อย่าถอยค่ะ ชีวิตของคนเราทุกคนมีค่าด้วยกันทั้งนั้น แต่คุณค่าของเรานั้นจะวัดได้จากอะไรบางนั้น เราลองคิดดูนะค่ะ การที่เราเจอปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทำให้เราได้ฝึกตัวเองอย่างหลากหลายเรื่องราว ที่ประดังประเดเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นทั้งความสุข และความทุกข์ การพลัดพรากจากกัน การร่วมยินดีกับการสร้างครอบครัวใหม่ของใครหลาย ๆ คน และทำให้เราได้ทบทวนกับคำว่า มีสุขแล้วก็ต้องมีทุกข์ มีทุกข์แล้วก็ต้องมีสุขกับกัน ไม่ได้มีอะไรยั่งยืนยางถาวรตลอดไป การพลัดพรากจากกันก็เป็นสิ่งที่แท้และแน่นอนของชีวิต ไม่จากเป็นก็ต้องจากตาย แต่ด้วยจิตใจที่อ่อนไหวและการปรับสภาพจิตใจนั่น ยอมต้องใช้ระระเวลาในการยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นธรรมดาของคนทุกคน เพราะเวลานึกทบทวนและย้อนไปถึงสิ่งผ่านมาในอดีต ทำให้ตัวฉันเองนึกถึงภาพทะเลที่เคยถ่ายไว้ ช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันไปท่องเที่ยวกับครอบครัว จนถึงขนาดหยิบภาพถ่ายวันเก่า ๆ มันคงไม่ใช่เรื่องราของความรักหรือความชอบ ในจิตใจของฉัน บางทีก็บอกไม่ได้ว่ามีในจิตใจฉันมีอะไรอยู่บาง ฉันรู้สึกเพียงแค่เมื่ออยากรู้จักอะไรแล้วก็ควรต้องรู้จักให้ได้มากที่สุด แม้กระทั่งดอกหญ้าที่ดูเหมือนไร้ประโยชน์และไร้ค่า แต่อย่างไรก็ตามแต่มันก็ยังเป็นพืชชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของโลก ฉันนั่งคิดไปเรื่อยเปื่อยอีกว่า ดอกหญ้ามักถูกนำไปเปรียบเทียบกับคนต่ำค่า เมื่อเป็นเช่นนั้นจริง ๆ คงจะมีบางล่ะค่ะที่บางคนด้วยฐานะสูงมากมายกว่าคนอื่น ทั้งทรัพย์สิน ได้รับการเลี้ยงดุภายใต้สังคมที่บ่งบอกกันว่า “นี่แหละชั้นสูง” ทำให้คนหลายคน แตกต่างจากคนอีกมากมายหลายคน ที่หากไม่ตีค่าแบ่งแยกชั้นว่า ชนชั้นกลาง ชนชั้นต่ำบาง แต่ความแตกต่างเหล่านี้ ก็ไมใช่มาตรฐานที่จะไปวัดหรือตัดสินใครได้ คนที่ได้รับการเลี้ยงดูมาภายใต้ความเชื่อว่า นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว ต้องเป็นไปตามนี้ หนึ่ง สอง สาม และสี่ คนที่ทำตามนี้ได้จึงจะได้รับการยอมรับจากสังคม แล้วจะใช่ไหมนะที่คนเราต้องเป็นไปตามขั้น หนึ่ง สอง สาม และสี่ ฉันลองนั่งคิดไปเรื่อย ๆ กับตอบตัวเองไปอย่างเรื่อยเปื่อยว่า การทะเลาะเบาะแว้งกันในสังคมปัจจุบัน ความรุนแรงที่เกิดจากอารมณ์ รัก โลภ โกรธ และหลง ไม่ได้บ่งบอกออกมาชัดเจนว่า เพราะพวกเขาเหล่านั้น คือเพศหญิง เพศชาย หรือแม้กระทั่งกลุ่มเพศที่สาม จึงเกิดเป็นความรุนแรงที่มากกกว่าใคร แต่โอกาสเกิดแห่งความรุนแรงนั้น ฉันว่าเป็นเพราะด้วยจิตใจที่ขาดการฝึก และกล่อมเกลาต่างหาก ไม่ใช่เรื่อง เพศ อายุ การศึกษา ฐานะดีหรือจน ใครก็ได้ที่ปล่อยให้อารมณ์เหนือกว่าเหตุผล ยิ่งประกอบไปด้วยการฝึกฝนจิตใจมาน้อย คนกล่อมเกลาไม่คอยมี อย่างที่บอกแล้วนั้น เหตุร้าย เหตุเศร้า ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ คงมีอีกหลายคนที่เคยประสบเหมือน ๆ กัน คือกลายเป็นคนเลว คนไม่ดี ด้วยคำพูดของคนอื่น ฉันจึงอยากเป็นคนหนึ่งที่ให้กำลังใจว่าอย่าเพิ่งท้อถอยในสิ่งที่ตัวเราเองมั่นใจอยู่แล้ว ว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว มีความปรารถนาดี ไม่ได้คิดจะทำร้ายใคร ต่อให้น้ำลายของคนอื่นพ่นผ่านมา สุดท้ายก็ถูกแสงอาทิตย์ของวันใหม่ฆ่าเชื้อโรคให้หมดไป ส่วนคนที่มีชีวิตอยู่ด้วยการหลงเชื่อคำพูดของคนอื่นมากกว่าการจะพิจารณาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น หากไม่ลองเปลี่ยนแนวคิดใหม่ หรือจะมีชีวิตอยู่แบบเดิม ๆ เพราะคงไม่มีใครอยู่กับใครไปได้จนชั่วชีวิต คนทุกคนก็ต้องเหลือคนเดียวเป็นสุดท้ายของชีวิตด้วยกันทั้งนั้น ส่วนใครที่รู้สึกเศร้าผิดหวังที่ถูกคนอื่นมองในแง่ร้ายเสมอที่เป็นผลมาจากคนคนนั้น ฉันจึงเชื่อว่าน้ำลายที่คนอื่น ๆ ถล่มออกมามากมาย ทำให้ฉันยิ่งเห็นได้ว่าไม่ควรจะสนใจ ดีเสียอีกที่จะได้ลดจำนวนผู้คนที่อยู่ใกล้ชิดตัวลงไปอีก เพราะมากคนก็มากความ อยู่แบบใส่ใจกับคนที่รักเราและคนที่เรารักจะดีกว่า ในจำนวนที่พอดี ฉันมองว่าเราไม่ต้องปวดหัว ขณะเดียวกันความเมตตาและเอื้ออารีต่างหากที่ควรมีให้ทุกคน เท่านี้ก็คงทำให้ คนชั้นฉันเป็นตัวฉันเอง อย่างที่ไม่ได้สมบูรณ์น้อยกว่าใครเอย
|
| Last Updated on Saturday, 21 August 2010 23:02 |
|
500 บาท/ชั่วโมง MO: 084-7510672 รับประกันความพอใจ |