Thursday 09 Feb 2012
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default style
  • blue style
  • red style
  • yellow style
ทำไม..ต้องใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา PDF Print E-mail
Custom Search
Written by janjira   
Wednesday, 14 July 2010 21:49

          สวัสดีค่ะวันนี้คงเป็นอีกวันที่เราต้องแบกรับอารมณ์ของใครหลาย ๆ คน ช่วงเช้าฉันกับผู้จัดการเราก็ทำงานกันตามปกติคือเคลียร์เอกสารต่าง ๆ ทำโน่นทำนี่ไป เหมือนกับทุกวันที่เคยทำ แต่พอตกบ่ายกับต้องพบกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดอีกครั้งกับเรื่องการประทับตรายางประจำบ้านที่ขึ้นเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่วันนี้มันคงจะหลายแรงกว่าครั้งก่อน เพราะถึงขนาดมีเรื่องซกต่อยกับเจ้าหน้าที่ รปภ. เลย ถึงขณะต้องขึ้นโรงพัก  เหตุการณ์คงไม่บานปลายถ้าทั้งสองฝ่ายไม่ใช้อารมณ์ พูดกันด้วยเหตุผลคงพอจะเข้าใจกันได้

          เรื่องมันก็มีอยู่ว่า หมู่บ้านที่ฉันทำงานอยู่นั้นมีกฎระเบียบข้อบังคับอยู่ว่าบุคคลที่เข้ามาติดต่อจะต้องประทับตรายางทุกครั้งที่เข้า - ออกในหมู่บ้าน ถ้าสมาชิกลูกบ้านไม่มีตรายางประจำบ้านผู้มาติดต่อต้องเข้ามาประทับตราที่สำนักงานของหมู่บ้านเท่านั้นถึงจะออกหมู่บ้านได้ ส่วนเวลากลางคืนเจ้าหน้าที่ รปภ. จะเป็นคนประทับเข้า – ออกเอง การที่ทางสำนักงานหมู่บ้านต้องเข้มงวดก็เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของสมาชิก แต่สมาชิกลูกบ้านและผู้มาติดต่อบางท่านไม่เข้าใจ ทำให้วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นด้วยอารมณ์ของทั้งสองฝ่าย วันนี้มีเจ้าหน้าที่ซ่อมแอร์เข้ามาติดต่อซ่อมแอร์ให้กับสมาชิกลูกบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน เมื่อจะออกจากหมู่บ้านสมาชิกลูกบ้านท่านนี้ก็ต้องประทับตรายางให้กับเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาติดต่อซ่อมแอร์ แต่ปรากฏว่าสมาชิกลูกบ้านหลังนี้ไม่มีตรายางจึงใช้วิธีการเซ็นชื่อให้ แต่ตามกฎระเบียบข้อบังคับของหมู่บ้านแล้วเจ้าของบ้านต้องเซ็นชื่อพร้อมประทับตราประจำบ้านเพื่อเป็นการยืนยันกับเจ้าหน้าที่ รปภ. และสำนักงานว่าเข้ามาติดต่อบ้านหลังนี้จริง ๆ   แต่เมื่อเจ้าหน้าซ่อมแอร์มาถึงป้อมเจ้าหน้าที่ รปภ. เจ้าที่ก็ให้เจ้าที่ซ่อมแอร์กลับไปประทับตรายางที่สำนักงานของหมู่บ้าน เพราะตามกฎระเบียบหากสมาชิกลูกบ้านท่านใดไม่มีตรายางประจำบ้านเมื่อมีผู้เข้าติดต่อต้องให้ไปประทับตรายางที่สำนักงานหมู่บ้านแทนเพื่อเป็นการยืนยันกับเจ้าหน้าที่  แต่เจ้าหน้าที่ซ่อมแอร์ไม่ไป แถมยังให้อารมณ์ต่อว่าเจ้าหน้าที่ รปภ. และทำร้ายร่างกาย เรื่องนี้ต้องถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้ต้องไประงับอารมณ์กันที่โรงพักทั้งสองฝ่าย เพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมกัน  ใครผิดก็ว่าไปตามผิดไม่มีใครที่จะหลุดพ้นความผิดไปได้ วันนี้ฉันก็เลยอยากให้ท่านผู้อ่านได้นำข้อคิดดี ๆ เหล่านี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน  การใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหามันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย มันกับส่งผลร้ายอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย เราใช้หลักการและเหตุผลในการตัดสินปัญหามากกว่าการใช้อารมณ์ จะดีกว่า

          อารมณ์คืออะไร? อารมณ์คือ หลายสิ่งหลายอย่าง ในทัศนะหนึ่ง ซึ่งสภาวะของร่างกายซึ่งถูกยั่วยุ จนเกิดมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาหลายๆ อย่าง เช่น ใจสั่น, ชีพจรเต้นเร็ว, การหายใจเร็วและแรงขึ้น, หน้าแดง เป็นต้น ในอีกทัศนะหนึ่ง อารมณ์ คือความรู้สึกซึ่งเกิดขึ้นเพียงบางส่วนจากสภาวะของร่างกายที่ถูกยั่วยุ อาจเป็นความรู้สึกพอใจหรือไม่พอใจก็ได้ อารมณ์ยังเป็นสิ่งที่คนเราแสดงออกมาด้วยน้ำเสียง คำพูด สีหน้า หรือท่าทาง     

                หมวดหมู่ของอารมณ์สามารถแบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่

             1. อารมณ์ความรัก

             2. อารมณ์ความรู้สึก

             3. อารมณ์เกียดชัง

                ใน 3 หมวดหมู่นี้ยังสามารถแบ่งออกเป็น 8  หมวดย่อย ๆ ได้อีก คือ

             1. อารมณ์ของความกลัว

             2. อารมณ์ของความรัก

             3. อารมณ์ของความสุข

            4. อารมณ์ของความเกลียดชัง

            5. อารมณ์เบื่อหน่าย

            6. อารมณ์ตลก

           7. อารมณ์ของภาวะซึมเศร้า

           8. อารมณ์ของคนอกหัก

          เราไม่อาจรู้ได้เลยว่า ในวัน ๆ หนึ่ง เราจะได้พอเจอกับอารมณ์ที่เข้ามาให้เรารับรู้อย่างไรบ้าง แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเมื่อสิ่งนั้นๆ เข้ามาให้เรารับรู้แล้ว เราจะมีอารมณ์และความนึกคิด ที่จะแสดงพฤติกรรมโต้ตอบออกไปอย่างไร ฉะนั้นเมื่อเราไม่สามารถล่วงรู้สถานการณ์ได้ เราก็ควรหมั่นฝึกให้มีสติ คือระลึกรู้อยู่เสมออย่าประมาณในการดำเนินชีวิต เมื่อมีอะไรเข้ามากระทบทำให้เราเกิดความคิดและอารมณ์ที่ไม่ดี ก็ควรจะใช้สติในการขบคิดพิจารณา เพื่อให้เราเท่าทัน และไม่ต้องตกเป็นทาสของอารมณ์นั้น  โดยการกำหนดอารมณ์และความรู้สึกของเราไม่ให้ส่งผลไปถึงการแสดงออกในทางที่ไม่เหมาะไม่ควร   วิธีควบคุมอารมณ์ของเราอาจทำได้หลายวิธี ได้แก่

          1.  ให้มีสติอยู่เสมอเพื่อควบคุมอารมณ์ที่รุนแรงให้คลายลง  เช่น  อารมณ์วิตกกังวล  อารมณ์โกรธ  อิจฉาริษยา    การใช้อารมณ์ของคน  หากใช้เพียงเล็กน้อยแล้วพยายามควบคุมมันให้ได้โดยใช้  “สติ”  หรือหลักธรรมะเข้ามาช่วยในการเผชิญกับเหตุการณ์หรือปัญหาต่าง ๆ  ก็จะทำให้เหตุการณ์หรือปัญหาต่าง ๆ นั้นเป็นไปในทางที่ดีขึ้นได้  ในทางตรงกันข้ามหากผู้ใดใช้อารมณ์มากหรือรุนแรงเกินไป  ก็อาจจะทำให้เหตุการณ์หรือปัญหาต่าง ๆ  ที่เผชิญอยู่กลับเลวร้ายลงไปได้เช่นกัน

          2. ใช้คำพูดแสดงความรู้สึกแทนการกระทำ เช่น  โกรธเพื่อนที่ผิดนัด  ไม่ควรแสดงออกโดยการตำหนิดุด่าแต่ควรใช้คำพูดแทนว่า  “ฉันโกรธมากที่เธอผิดนัดเมื่อวาน”  หรือ  ถูกเพื่อนตำหนิบางเรื่องที่ทำให้โกรธ  ก็ไม่ควรแสดงออกโดยการทะเลาะกับเพื่อน  แต่ควรใช้คำพูดแทนว่า “คำพูดของเธอทำให้ฉันรู้สึกโกรธมากและมันจะทำลายความเป็นเพื่อนของเราด้วย”  เป็นต้น

          3. ให้ยืดเวลาออกไปก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป  หรือพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดอารมณ์รุนแรงหรืออารมณ์เสีย   บางคนอาจใช้วิธีการนับหนึ่งถึงสิบ หรือถึงร้อยในใจเพื่อยึดเวลาให้อารมณ์ที่รุนแรงลดลง  จะช่วยให้การแสดงออกที่รุนแรงลดลงไปได้   หรืออาจจะใช้วิธีออกจากเหตุการณ์ตรงนั้นไปก่อน  รอให้อารมณ์ลดความรุนแรงลงแล้วจึงกลับมาเผชิญเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง ก็จะทำให้เรามีสติมากขึ้นในการตัดสินใจกระทำสิ่งต่าง ๆ ลงไป

          4. ใช้การข่มใจ  การให้อภัยและมองโลกในแง่ดี   ให้คิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นถ้าเราแสดงอะไรออกไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง   รู้จักให้อภัยและพยายามฝึกมองสิ่งที่เกิดขึ้นต่าง ๆ ในด้านดีเสมอถ้าทำได้  จะทำให้เรามีอารมณ์ที่เป็นสุขมากยิ่งขึ้น  หรือถ้าข่มใจไม่อยู่จริง ๆ  ก็อาจใช้วิธีระบายออกโดยการเลี่ยงไปแสดงออกกับสิ่งอื่น ๆ แทนก็ได้  เช่น  เขียนระบายอารมณ์  ในกระดาษ  แอบร้องไห้ปลดปล่อยอารมณ์  หรือต่อยตีกระสอบทราย  (อาจใช้ตุ๊กตาแทน)  แต่อย่าให้กลายเป็นการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น

          5. เมื่อมีเรื่องทุกข์ใจหรือเครียดควรปรึกษาเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้หรือผู้ใหญ่ที่เราให้ความเคารพนับถือ    การที่คนเรามีความทุกข์หรือความเครียดแล้วเก็บกดไว้ในใจตนเองอยู่เสมอ  เปรียบเสมือนลูกโป่งที่ถูกอัดอากาศเข้าไปเรื่อย ๆ  หากไม่มีการปลดปล่อยลมออกมาเสียบ้าง ไม่นานลูกโป่งก็จะแตก  เช่นเดียวกันหากคนเรามีแต่ความทุกข์เก็บสะสมไว้มากเกินไป  สักวันหนึ่งก็อาจจะกลายเป็นโรคประสาท หรือโรคจิตต่อไปได้  จึงควรปลดปล่อยความทุกข์ที่มีอยู่ออกไปเสียบ้าง คนที่ควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติได้เร็วจะช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้นและจะส่งผลให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวมีความสุขไปด้วย

 วิธีที่จะช่วยระงับอารมณ์

          1. ให้นับ 1 – 10  ในใจในยามที่เราไม่สบอารมณ์กับคำพูดของใครบางคนเสียแล้ว แทนที่เราจะใช้คำพูดสวนกับไปด้วยคำพูดที่เจ็บแสบเช่นกัน ให้เราปรับอารมณ์ของตัวเราเองด้วย การนับ 1 – 10 เพื่อที่จะห้ามใจและมีเวลาที่จะคิดทบทวนคำพูดของใครบางคนว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ที่เย้าแหย่เล่น หรือมากกว่าเรื่องจริงหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็ป่วยการนะที่เราจะโกรธเคือง  แต่ถ้ายังทนไม่ไหวก็ให้เพิ่มเป็น 1 – 100  

          2.เลี่ยงหลบๆ ไปให้พ้น  ถ้ารู้ว่าตัวเราเป็นคนที่อารมณ์ร้อน และมักจะใช้กำลังทำลายข้าวของ หรือแม้กระทั่งคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า วิธีการเลี่ยงออกไปจากตรงนั้นเป็นการดีที่สุด สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวออกไปจากจุดนั้น จนกว่าจะสามารถระงับอารมณ์ตัวเองได้ จึงหันหน้ากลับมายังทิศทางเดิมเพื่อสะสางปัญหา เพราะทุก ๆ ปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ

          3. ตั้งใจฟัง ระหว่างการพูดคุยหรือโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ถ้าเราเป็นคนหนึ่งที่ถูกพาดพิง การโต้ตอบทันทีทันใดเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์และสร้างวุฒิภาวะทางอารมณ์ให้ร้ายแรงไปมากกว่าเดิม การตั้งใจฟังจะทำให้เราใคร่ครวญถึงคำพูดที่ถูกพาดพิงได้อย่างชัดเจน เพราะคนที่พูดนั้นมีโอกาสที่จะพลาดได้มากกว่าคนที่ไม่พูดเลย

          4.หมั่นฝึกสมาธิ  การนั่งสมาธิเป็นการฝึกจิตชั้นดีที่สุดที่สามารถทำให้คนที่อารมณ์ร้อนกลายเป็นคนอารมณ์เย็น สุขุมนุ่มลึก สมองปลอดโปร่ง แล้วบรรดาเรื่องต่าง ๆ ก็จะไม่สามารถกวนให้อารมณ์ปะทุขึ้นได้โดยง่าย

          5.ฝึกอ่านหนังสือตั้งแต่ต้นจนจบ เปิดหนังสือหน้าแรกก็ต้องรีบวาง ไม่ใช่ว่าหนังสือหน้าเบื่อ แต่เป็นเพราะคุณไม่อาจทนต่อการอ่านหนังสือจนจบได้ ดังนั้นการฝึกอ่านหนังสือตั้งแต่หน้าแรกไปถึงหน้าสุดท้าย นอกจากจะได้ความคิดดี ๆ แล้ว ยังลดความพลุ่งพล่านทางอารมณ์ของคุณได้อีกด้วย

          6.คิดหาเหตุผล  หลักการและเหตุผลยังเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ใช้ได้ดีกับคนที่อารมณ์ร้อย จงใช้วิจารณญาณในการคิดและตัดสินใจกับปัญหาที่เผชิญอยู่ จะพบว่าที่เคยร้อนจะผ่อยคลายลงเป็นเย็น และใช้เป็นการแก้ไขปัญหานั้น

         7.ฝึกขอโทษ คำว่าขอโทษคงเป็นอีกคำหนึ่งที่สามารถระงับอารมณ์ร้อนของเราได้ แล้วยังสามารถระงับอารมณ์เดือด ๆ ของคนอื่นได้ด้วย การเริ่มต้นในบางสถานการณ์ด้วยคำว่าขอโทษ ความร้อนที่เคยเดือดก็อาจจะลดลงได้

        8.ยิ้มเข้าไว้  เคยยิ้มแบบเสแสร้งไหม ? ยิ้มแบบที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ยิ้มแก้เขิน ยิ้มทั้ง ๆ ที่ไม่อยากยิ้ม แต่เมื่อยิ้มออกไปแล้วจะไม่มีภัยมาถึงตัว เพราะรอยยิ้มคือมิตรภาพ คือความอบอุ่น คือไมตรีจิตที่ส่งถึงกันได้ การยิ้มบ่อย ๆ จะสามารถระงับอารมณ์ร้อน ๆได้อย่างที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว

 


 

Add your comment

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
Very HappySmileWinkSadSurprisedShockedConfusedCoolLaughingMadRazzEmbarrassedCrying or Very SadEvil or Very MadTwisted EvilRolling EyesExclamationQuestionIdeaArrowNeutralMr. GreenGeekUber Geek
Your name:
Subject:
Comment:
  The word for verification. Lowercase letters only with no spaces.
Word verification:
Share |

Our Services :

Custom Search

รับดูดวงด้วยไพ่ยิปซี

500 บาท/ชั่วโมง

MO: 084-7510672

รับประกันความพอใจ


สนใจคลิ๊กที่นี่ครับ เพื่อดูรายละเอียด

และดู Comment

ads


Banner

Banner