| หน้าที่ .. คืออะไร |
|
|
|
| Written by janjira |
| Friday, 16 July 2010 23:19 |
|
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน เมื่อวันก่อนฉันได้พูดถึงเรื่องของการใช้อารมณ์ตัดสินปัญหากันไปแล้ว วันนี้ฉันจึงอยากจะพูดถึงคำว่าหน้าที่กันบาง แต่ละคนก็มีหน้าที่ในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป แต่มีหน้าที่อยู่หน้าที่หนึ่งที่ทุกคนต้องมี ก็คือหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ว่าฉันหรือใครอีกหลายคนก็ตามจะอยู่ในฐานะอะไรก็ตามต่างก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม ฉันจึงอยากจะอธิบายถึงคำว่าหน้าที่ให้ ผู้อ่านทุกท่านได้เข้าใจมายิ่งขึ้น คำว่า หน้าที่ (Duty) ตามความหมายใน Dictionary of Education นั้น หมายถึง สิ่งที่ทุกคนต้องทำ โดยปกติแล้วภาวะจำยอมจะเป็นไปตามหลักศีลธรรมแต่บางครั้งก็เป็นไปตามกฎหมายหรือข้อตกลง แต่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายของ หน้าที่ ไว้ คือ กิจที่ควรทำ,กิจที่ต้องทำ,วงแห่งกิจการ, สำหรับคำว่า ความรับผิดชอบ ให้ความหมายไว้ ดังนี้ คือการยอมรับตามผลที่ดีและไม่ดีในกิจการที่ได้กระทำไป ชีวิตของคนเราพระพรหมมิได้ลิขิต แต่การกระทำของคนเราต่างหากที่เป็นตัวกำหนดทางเดินของชีวิตเรา ถ้าตัวเราเองเริ่มต้นชีวิตด้วยความอดทนและมีความพยายามในการต่อสู่กับอุปสรรค ผลที่จะได้รับก็จะยิ่งหวานชื่น แต่ในทางกลับกันนั้นถ้าเราเลือกทางเดินชีวิตที่หวานชื่นในตอนนี้เลย ผลที่ออกมามันก็จะขมชื่นเสียจนตัวเราเองคาดไม่ถึง ทุกคนเคยสงสัยกันไหมว่าทำไมคนเราถึงมีหน้าที่ที่ต้องทำแตกต่างกัน ฉันว่าคงไม่ใครหรอกที่มีหน้าที่อยู่เพียงอย่างเดียว การที่ใครจะบอกเราว่า ฉันเลือกที่จะทำอันนี้อย่างเดี๋ยว เพราะมันสำคัญกว่า นั่นคงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ดีแล้วใช่ไหม ทางที่ดีฉันว่าก็ควรที่จะทำหน้าที่ทุกอย่างของเราให้ดีและทำมันอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ ไม่ใช่การจะละทิ้งบางอย่างไป และถ้าเราจะบอกว่าการทำหน้าที่อย่างเดียวมันก็หนักเกินพอแล้วนั้น ฉันว่าทุกคนควรเลิกคิดที่จะพูดแบบนี้จะดีกว่า ลองหันกับมาทำหน้าที่บางอย่างเพิ่มดูบาง ถึงแม้ว่ามันจะต้องเสียพลังงานไปถึงสองเท่าก็ตาม แต่ผลงานที่เราจะได้รับนั้นมันก็คุ้มค่าอยู่ไม่ใช่หรือ การทำหน้าที่ของเราเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์นั่นก็เป็นตัวบ่งชี้ว่าตัวเราเองเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ ก็บอกได้ว่าคนเราทุกคนสามารถดำเนินชีวิตในอนาคตได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเราจะเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยแห่งไหนก็ตาม แต่ถ้าตัวเรากลับทำงานที่เราต้องรับผิดชอบได้แย่และร้ายแรง(ทำนิสัยเดิม ๆ ) มันก็คงจะทำให้ใบปริญญา จากมหาวิทยาลับของเราคุณค่าทันที มันถูกต้องอยู่ที่เราได้เรียนมหาวิทยาลัยดี ๆ มีชื่อเสียง เป็นการเริ่มต้นที่ดีขึ้นหนึ่ง แต่ถ้าทุกอย่างที่เราทำมันมาจากพื้นฐานของความเห็นแก่ตัว มันก็คงอาจทำให้เรากลายเป็นคนไร้คุณค่าและคุณภาพอย่างสิ้นเชิง เพราะความเห็นแก่ตัวมันเป็นพื้นฐานของการขาดความรับผิดชอบ ฉันจึงอยากให้ทุกคนได้ลองถามพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ว่าเขามีหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบเพียงอย่างเดียวหรือเปล่า คำตอบที่ได้ก็คงไม่ใช่หน้าที่เดียวอยู่แล้ว แต่ทำไมพวกเราถึงจะทำกันไม่ได้ แล้วทำท่านถึงทำกันได้ค่ะ อย่าใช้คำแก้ตัวว่ากำลังจะเปลี่ยนนิสัยเมื่อได้เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เพราะนิสัยมันจะฝังลึกอยู่ในตัวของเรา จนยากที่จะสลัดออกไปจากจิตใจของเราได้ ผลสุดท้ายที่จะได้รับคือปัญญาชนที่ไร้ซึ้งความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มันก็คงไม่แตกต่างอะไรไปจากคนโง่คนหนึ่งที่เห็นแก่ตัว โดยไม่มีวันเสียสละอะไรเลย ไม่คิดที่จะทำอะไรที่มันไม่เกิดประโยชน์กับตนเอง (แม้ว่ามันจะมีประโยชน์กับคนหลาย ๆ คนก็ตาม) แต่ตัวราเองกับทำหน้าที่ที่สร้างประโยชน์ให้แก่ตนเองแทน และถ้าองค์กรมีผู้นำที่ขาดความรับผิดชอบ และมัวอยู่ในความเห็นแก่ตัว มันก็จะทำให้ผู้ร่วมงานอ่อนใจ กับการมีผู้นำที่แย่ ๆ ดังนั้นฉันจึงอยากขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนองให้ดีที่สุด และเต็มที่กับสิ่งที่เราทำ เพื่อสร้างนิสัยความรับผิดชอบในตัวเราให้เกิดขึ้น แล้วตัวเราจะได้เป็นคนที่มีคุณค่าและคุณภาพอย่างเต็มเปี่ยม ดังคำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คำว่าหน้าที่จะสำคัญที่สุด ต้องเข้าใจความหมายของคำว่า “ความรับผิดชอบ” ให้ถูกต้อง ขอให้เข้าใจว่า “รับผิด” ไม่ใช่การรับโทษหรือถูกลงโทษ “รับชอบ” ไม่ใช่รางวัลหรือรับคำชมเชย การรู้จักรับผิด หรือยอมรับว่า อะไรผิดพลาดเสียหาย และเสียหายเพราะอะไร เพียงใดนั้น มีประโยชน์ ทำให้บุคคลรู้จักพิจารณาตนเอง ยอมรับความผิดของตนเองโดยใจจริง เป็นทางที่จะช่วยแก้ไขความผิดได้ และให้รู้ว่าจะต้องปฏิบัติแก้ไขใหม่ ส่วนการรู้จักรับชอบหรือรู้ว่าอะไรถูก อันได้แก่ถูกตามความมุ่งหมาย ถูกตามหลักวิชา ถูกตามวิธีการนั้น มีประโยชน์ทำให้ทราบแจ้งว่า จะทำให้งานเสร็จสมบูรณ์ได้อย่างไร จักได้ถือปฏิบัติต่อไป .…….......... ความรับผิดชอบ คือ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ทำ จะหลีกเลี่ยง ละเลยไม่ได้ ฉันจึงอย่างถ่ายทอดประสบการณ์การสอนลูกให้รู้จักความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ที่แม่ฉันพร่ำสอนฉันมาตั้งแต่เล็กจนโต แม่บอกว่าการจะปลูกฝังลูกให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ต่อฝึกฝนกันตั้งแต่เล็ก เพื่อเป็นการสร้างนิสัยที่ดีในอนาคต โดยมีพ่อแม่และคนในครอบครัวเป็นผู้กำกับคอยบอกกล่าว ผ่านกิจกรรมที่ต่าง ๆ ที่ลูกต้องทำและชอบที่จะทำมัน 1.เรื่องการเรียน การจัดสรรเวลา แม่จะเป็นผู้จัดสรรกำหนดเวลาให้กับฉันในแต่ละวันชัดเจนว่า วันนี้ลูกต้องทำอะไรบาง และต้องทำอย่างไร หลังจากเลิกเรียนมาถึงบ้าน ก็ควรเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือทานอาหารเสร็จเรียบร้อย สิ่งที่ฉันต้องทำต่อคือ ทำการบ้าน อ่านหนังสือ และจัดตารางเรียนให้เสร็จเรียบร้อย 2. ของใช้ส่วนตัว แม่จะฝึกให้ฉันมีความรับผิดชอบต่อเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จากของใช้ส่วนตัวของตนเอง เช่น อุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า ว่าควรดูแลรักษาอย่างไร แม่จะสอนสิ่งดีๆ เรื่องอื่นให้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสอนฉัน ซักผ้า พับผ้า จัดเก็บของให้เข้าที่เป็นระเบียบเรียบร้อย 3. ของเล่น แม่จะสอนให้รู้จักดูแลรักษาของเล่น เมื่อเล่นแล้วก็ต้องเก็บให้เป็นที่เรียบร้อย มิฉะนั้นอาจเก็บอุบัติเหตุได้ หากชำรุดเสียหายก็ต้องบอกพ่อแม่ เพื่อนำไปซ่อมแซมจะได้ไม่ต้องซื้อใหม่โดยสิ้นเปลือง 4. เรื่องความสะอาดภายในบ้าน นอกจากแม่จะสอนเรื่องการดูแลของใช้ส่วนตัวแล้ว การสอนเรื่องความรับผิดชอบ ผ่านการมีส่วนร่วมในครอบครัวก็มี เช่นกัน การเปิดปิดไฟ การช่วยกันประหยัดพลังงาน เรื่องค่าใช้จ่ายภายในบ้าน 5. สัตว์เลี้ยง – ปลูกต้นไม้ เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้ประโยชน์ และช่วยให้ฉันเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบ เช่น การดูแลสัตว์เลี้ยงฉันต้องรับผิดชอบเรื่องอาหาร ความสะอาด ดูแลรักษาต้นไม้โดยการรดน้ำต้นไม้ พรวนดิน สังเกตความเปลี่ยนแปลงและมาบอกเล่าให้พ่อกับแม่ฟังว่า ต้นไม้ที่ฉันปลูกเจริญเติบโตเป็นอย่างไรบ้าง 6. เงินค่าขนม แม่จะสอนให้ฉันรู้ถึงคุณค่าของการใช้เงินอย่างถูกวิธี โดยการออมเงิน แม่มีวิธีจูงใจโดยการให้เงินเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้ฉันได้เรียนรู้ตัวเลขและเมื่อฉันรับผิดชอบบริหารจัดการเงินได้ดี แม่ก็อาจเพิ่มเงินออมสมทบให้ 7. ความสัมพันธ์พี่- น้อง บ้านของฉันมีน้องอีกหนึ่งคน แม่จึงมอบหมายให้ฉันซึ่งเป็นพี่คนโตช่วยงาน ดูแลน้องในเรื่องต่าง ๆ ได้ เช่น เล่นเป็นเพื่อนน้อง ช่วยป้อนข้าว อาบน้ำ หรือแต่งตัวให้น้อง ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ฉันได้แบ่งบาภาระของพ่อกับแม่ได้ และยังเป็นการสร้างความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพี่กับน้อง 8. สอนลูกเข้าห้องพระ แม่ฉันชอบหยิบหนังสือธรรมะมาอ่านให้ฟัง แม่บอกว่าธรรมะก็เป็นเครื่องมือสอนลูกได้เช่นกัน เพราะธรรมะจะช่วยสร้างปัญญา และพัฒนาจิตใจให้กับลูก ๆ ทุกคนได้ เป็นแนวทางที่ช่วยให้ฉันเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ทั้งกาย วาจา ใจ เพราะฉันรู้ว่าสิ่งที่กระทำเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี เช่น การโกหก การหยิบสิ่งของผู้อื้นโดยมิได้รับอนุญาต เป็นเรื่องที่ไม่ดี แม่ฝึกให้ฉันรู้จักความอดทน รู้จักการให้อภัย รู้จักที่จะช่วยเหลือผู้อื่น ทุกวันนี้ฉันก็ยังคงทำอย่างนี้อยู่ โดยการสวดมนต์ และนั่งสมาธิก่อนนอน จะทำให้จิตใจของฉันสงบ เรื่องที่ผ่านและพบเจอในวันนี้ขอให้ปล่อยละทิ้งมันไปเสียอย่าเก็บมาให้มันรกจิตใจเปล่า |
|
500 บาท/ชั่วโมง MO: 084-7510672 รับประกันความพอใจ |