|
Written by janjira
|
|
Wednesday, 18 August 2010 22:58 |

หลังจากเกิดเหตุการณ์คนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินของลูกบ้านในหมู่บ้าน สองถึงสามวันนี้ฉันเองนอนไม่ค่อยหลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร ไม่รู้ว่าจะช่วยผู้เสียหายได้อย่างไรดี ทางด้านตำรวจก็ต้องตามจี้ ไม่ค่อยสนใจคดีเท่าไร หรือว่าไม่มีเส้นมีสายก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าตัวเองคิดมากไปหรือเปล่า เพราะเท่าที่ประสบกับตนเองและครอบครัว ถ้าเราไม่มีใครที่รู้จักหรือเรียกง่ายตามภาษาชาวบ้าน ไม่มีเส้นมีสายแล้วล่ะก็ เป็นไปได้ยากกว่าคดีจะจบหรือบางทีจบก็จบแบบไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไร เราเองก็มีญาติห่าง ๆ กันที่เป็นตำรวจ หลังจากเกิดเหตุวันนั้นก็ไปสอบถามข้อมูลว่าเราเองเป็นเจ้าหน้าที่จะช่วยเหลืออะไรพี่เขาได้บาง ฉันเองก็เห็นใจเพราะถ้าเป็นฉันบางล่ะจะทำอย่างไร ทุกอย่างมันมืดแปดด้านไปหมด ลุงที่เป็นตำรวจบอกว่าเราก็ต้องตั้งข้อสงสัยไปต่างๆ นานา แต่อย่าพยายามปรักใจเชื่ออะไรโดยงาน หากเราไม่หลักฐานที่แน่ชัดอย่าปรักปรำผู้อื่น ถ้าเขาเหล่านั้นบริสุทธิ์ใจจริงต้องกล้าที่ให้ตรวจสอบลายนิ้วมือ ถ้าคนเราทำผิดจริงจะแสดงพิรุตออกมาให้เห็นเองโดยไม่ต้องสงสัย หรือเรียกง่ายๆ ว่ากินปูร้อนท้อง วันนี้ก็เลยได้ขั้นตอนในการสืบสวนสอบสวนมาให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน เก็บเกี่ยวไว้เป็นความรู้ ว่าการสืบสวนคืออะไร แล้วได้ข้อมูลที่ใช้ในการสืบสวนมาได้อย่างไรค่ะ
ความจริงแล้วการสืบสวนสอบสวน เป็นเรื่องธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ ความอยากรู้ อยากเห็น คงไม่มีมนุษย์คนใดที่ไม่เคยมีความอยากรู้อยากเห็น จะต่างกันก็มีเพียงพฤติกรรมการอยากรู้อยากเห็นเท่านั้นที่ไม่เหมือนกัน ใครอยากรู้อยากเห็นมาก และจริงจังก็จะพยายามที่จะให้รูในสิ่งที่อยากจะรู้จนได้ แม้ไม่เคยมีวิชาความรู้ในการสืบสวนมาก่อน โดยพวกเขาเหล่านั้นจะใช้สามัญสำนึกและวิจารณญาณของตัวเอง ตามที่วิญญูชนทั้วไปพึง ค้นคว้า สืบเสาะ จนสามารถรู้ในสิ่งที่อยากรู้นั้นได้ เช่น ภรรยาจับผิดสามีตนเองได้ว่านอกจากใจมีภรรยาน้อย โดยไม่ต้องไปเรียนวิชาสืบสวนจากที่ไหนมาก่อน นั่นเป็นเพราะภรรยาหลวงมีความอยากรู้อยากเห็น สามีไปมีภรรยาน้อยจริงหรือไม่ และสิ่งหนึ่งที่ต้องทำคือ การรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล แล้วนำมาคาดเดาด้วยการสร้างจินตนาการ บนพื้นฐานของเหตุและผล
ดังนั้นการสืบสวนสอบสวนจึงต้องมีหลักการในการปฏิบัติคือ การรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วนำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ และคาดเด้า ด้วยการสร้างจินตนาการ บนพื้นฐานของเหตุและผล โดยตั้งเป็นสมมุติฐานแล้วพิสูจน์ เพราะฉะนั้นข้อมูลของคดี จึงเป็นปัจจัยอันสำคัญที่สุดในการสิบสวนสอบสวน
โดยทั่วไปแล้ว “ข้อมูล” จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด
1. ข้อเท็จจริง คือ ข้อมูลที่เป็นความจริง ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริงแล้ว
2. ข้ออนุมาน คือ ข้อมูลที่คาดเดาเอาเอง ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง เช่น คนร้ายน่าจะมากัน 2 คน น่าจะมาดูลาดราว
หัวใจของการสืบสวนก็คือการรวบรวมข้อมูล เพื่อหาข้อเท็จจริงนั่นคืออะไร การนำข้อมูลมาแยกแยะ ว่าข้อมูลใดเป็นข้อมูลจริง ข้อมูลใดเป็นข้ออนุมาน ดังนั้นข้อมูลใดที่เป็นจริงอยู่แล้ว ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว จึงเป็นข้อมูลที่มีค่าที่ผู้ทำงานสืบวนทั่วไปปรารถนา กล่าวโดยสรุปแล้ว เมื่อเกิดคดีขึ้น จะมีบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ 4 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก ผู้เสียหายที่ถูกประทุษร้าย หรือผู้เสียหาย หากผู้เสียหายเสียชีวิตก็พูดให้ข้อมูลไม่ได้ นอกจากสภาพศพที่เกิดขึ้น ถ้าไม่เสียชีวิตก็จะมีสภาพเป็นพยายาบุคคลผู้หนึ่ง ซึ่งส่วนมากก็ให้ข้อมูลได้ไม่ทั้งหม กลุ่มที่สอง คนร้าย ซึ่งหนีไปแ กลุ่มที่สาม พยานซึ่งส่วนมากก็จะให้ข้อมูลได้ไม่หมดเช่นเดียวกับกลุ่ กลุ่มที่สี่ ตำรวจผู้สืบสวน จะเป็นผู้ที่ไม่รู้อะไรเลย ก็จะเริ่มสืบสวนด้วย การรวบรวมข้อมูล ด้วยวิธีการต่าง ๆ ตามวิธีการสืบสวนสอบสวน ข้อมูลที่เป็นจริง จึงเป็นปัจจัยอันสำคัญที่สุดที่ต้องใช้ในการสืบสวน
***ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร ท่านจะมีฐานะเป็นเช่นไร แต่เรทุกคนล้วนเป็นเพื่อนมุนษย์ด้วยกันขอให้ร่วมแรงร่วมมือกัน ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เมื่อพบสิ่งใดผิดสังเกตขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ อย่าคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ อย่าคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเรา ให้เราลองนึกย้อนกับไปว่าหากวันนั้น เป็นเรา เราจะเป็นเช่นไร คนเราทุกคนจะอยู่บนโลกใบนี้เพียงคนเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องพึ่งพาอาศัยกัน สังคมไทยถึงจะดีได้ถ้าทุกคนร่วมมือกันค่ะ****
|
|
Last Updated on Wednesday, 18 August 2010 23:08 |