Sunday 20 May 2012
  • Narrow screen resolution
  • Wide screen resolution
  • Wide screen resolution
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default style
  • blue style
  • red style
  • yellow style
Childfree Socirty : ชีวิตที่ไม่อยากมีลูก PDF Print E-mail
Custom Search
Written by สิงโต   
Wednesday, 16 June 2010 18:26

          

          สังคมเราทุกวันนี้ อะไรๆ ก็ดูรัดตัวไปหมด จะทำอะไรก็ต้องแข่งขันกับเวลา เงินที่หามาก็แทบจะไม่พอใช้ หรือใช้แบบเดือนชนเดือน เพราะโลกสมันยี้มันเปลี่ยนแปลงเร็ว ดังนั้นการใช้ชีวิตจึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามสภาวการณ์ คือ ต้องรู้จักที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการต่างๆ เพื่อที่จะทำให้ตัวเองมีอิสระที่จะคิด จะทำอะไรให้ได้มากขึ้นและเร็วขึ้น ดังนั้นชีวิตครอบครัวที่ไม่อยากมีลูกในสังคมปัจจุบันจึงเกิดขึ้น และมีมากขึ้นทุกที ไม่ใช่พวกเขาเหล่านั้นไม่พร้อมท่จะมีลูก เนื่องจากสภาพแวดล้อมและสภาพร่างกายก็สมบูรณ์พร้อม หากแต่เป็นอิสระภาพในการตัดสินใจ และเลือกด้วยตัวเอง จึงเป็นที่มาของ Childfree by Choice

 

          คำนิยามที่คิดไม่อยากมีลูกนี้ จึงมักขัดแย้งกับชีวิตแบเดิมๆ ที่ปฏิบัติสืบทอดกันมานับเป็นพันๆ ปี ที่มักจะเป็นว่าเมื่อแต่งงานมีครอบครัวแล้วต้องมีลูก ชีวิตจึงจะสมบูรณ์แบบ ลองมาเปรียบเทียบความเชื่อกับความจริงในปัจจุบันดีกว่า

1. ความเชื่อ : ชีวิตที่ไม่มีลูกเป็นชีวิตที่ว่างเปล่าไร้จุดหมาย
    ความจริง : ความหมายของคำว่า ชีวิตที่ว่างเปล่าไร้จุดหมาย น่าจะหมายถึง การใช้ชีวิตที่ไร้แก่นสาร ไม่หาอะไรดีๆ ให้กับชีวิต หรือการใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์ต่อบุคคลอื่น หรือส่วนรวม การที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่มีลูก ใช่ว่าเขาจะรักคนอื่นไม่เป็น หากแต่เขาไม่ได้ทุ่มเทชีวิตของเขาเพื่อคนใดคนหนึ่ง หรือ คนที่อยู่ในครอบครัวเท่านั้น มนุษย์ทุกคนล้วนต้องการการอยอมรับของสังคม ต้องการเพื่อนและความรักจากคนรอบข้าง ดังนั้นการใข้ชีวิตที่ขาดพันธนาการจากการมีลูก ก็สามารถที่จะอุทิศตนเพื่อสังคม เต็มที่กับงานที่ทำ หรือไม่ก็แสวงหาประสบการณ์ดีๆ ให้กับชีวิตของตัวเองได้อย่างเต็มที่ หาได้ใช้ชีวิตที่ว่างเปล่าไร้จุดหมายไม่

2. ความเชื่อ : เมื่อแก่ตัวไปแล้วไม่มีลูก เราจะเจ็บแปล๊บทุกครั้งเมื่อเห็นเด็กน่ารัก
    ความจริง : การที่รู้สึกเอ็นดูเด็กที่พบเห็น แล้วเกิดความรักใคร่ อาจเป็นไปได้ แต่คงเจ็บไม่นานและคงไม่เป็นทุกข์มากนัก เพราะการที่มีลูกอาจทำให้เจ็บนานกว่าการที่เห็นลูกของเพื่อนน่ารักก็ได้ เช่ย ลูกของตัวเองอาจไม่น่ารักเท่าลูกของเพื่อน เกเร ส่งเสียเรียนหนังไปโรงเรียนที่ดีกว่าแต่ดันไม่เรียน ไปติดยา ส่องสุมกับเพื่อน นอกจากนั้นยังต้องควรกังวลคิดมาก ว่าจะอบรมสั่งสอนลูกอย่างไรให้เป็นคนดี อยากให้ลูกเรียนเก่งๆ อยากให้ลูกมีงานทำที่ดี อยากให้ลูกมีครอบครัวที่ดี อยากให้ลูกมีลูกที่ดี  และอยากให้ลูกดูแลยามแก่เฒ๋า ซึ่งตอนนั้นลูกก็มีลูกของลูกที่ต้องดูแล เมื่อพิจารณาดูแล้วหากไม่มี น่าจะตัดวงจรแบบนี้ออกไปได้ แล้วเชื่อไหมว่าลูกของคุณคงเป็นไปอย่างที่คุณคาดหวังอยากให้เขาเป็นไม่ได้หรอก ไม่เชื่อคุณลองมองย้อนดูตัวคุณเองซิ คุณทำได้ทุกอย่างอย่างที่คุณพ่อ คุณแม่ของคุณอยากให้เป็นได้หรือไม่ คุณไม่เคยทำให้คุณพ่อ คุณแม่ของคุณทุกข์ใจเลยหรือ

3. ความเชื่อ : คู่สมรสที่ไม่มีลูก แท้จริงแล้ว เป็นเพราะชีวิตสมรสของเขาไม่มีความสุข
    ความจริง : ความสุขของการมีชีวิตคู่ ย่อมเกิดจากคนสองคน ซึ่งนั่นก็คือคุณและคนที่คุณรัก ความจริงแล้วการมีลูก คือการพัฒนาการของความรัก หรือ บ่วง ที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ เพราะเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนย่อมทำให้เหตุการณ์เปลี่ยน ความรู้สึกในตัวของคนที่คุณรักก็อาจเปลี่ยนแปลงไปด้วย แต่คุณต้องทนกับคนที่คุณเคยรัก เพราะสงสารลูก กลัวลูกมีปมด้อย อายเพื่อน ดังนั้น เหตุผลที่ว่าการมีลูกจะทำให้ชีวิตคู่ของคุณมีความสุข จึงไม่สมเหตุสมผล เพราะคนที่รักกันจริงๆ ถึงแม้ว่าไม่มีลูก หรือบุคคลที่สาม เขาก็สามารถครองรักกันได้ และสามารถทุ่มเทความรักให้กันและกันได้มากกว่าไม่ใช่หรือ

4. ความเชื่อ : จะขาดคนดูแลยามแก่เฒ่า ป้อนข้าวป้อนน้ำยามแก่เฒ่า
    ความจริง : คุณคงเคยได้ยินว่า พ่อแม่ทุกคนรักลูก แต่ไม่ใช่ลูกทุกคนที่รักพ่อแม่ หรือ พ่อแม่ย่อมรักลูกมากกว่าที่ลูกรักพ่อแม่ หลายคงคงเถียงว่าฉันรักพ่อแม่ฉันมาก ซึ่ง ก็ไม่ได้ค้านว่าคุณไม่รัก เพียงแต่ ความจริงพ่อแม่ยามแก่เฒ่า ท่านสามารถดูแลตัวท่านเองได้เป็นอย่าดี จะมีพึ่งลูกบ้างเป็นบางครั้ง แถมพ่อแม่บางท่านยังเป็นที่พึ่งของลูกจนวันตาย ไม่เคยพึ่งลูกได้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะพ่อแม่รังแต่จะให้ลูกทุกๆ คนมีความสุข เมื่อมีลูก คุณก็อยากให้ลูกคุณก่อน จนบางครั้ง ลืมนึกถึงพ่อแม่ไป สำหรับคนไม่มีลูกก็อาจลืมนึกถึงพ่อแม่ เพราะนึกถึงตัวเอง และคนที่รักมากกว่า ก็หากคิดเทียบกับคนที่มาเกี่ยวข้องแล้ว ผู้ที่ไม่มีลูก ย่อมจะระลึกถึง อยากให้ และ ได้รับ ความรักจากพ่อและแม่ มากกว่า...เนื่องจากไม่มีลูกที่จะเลี้ยงดู เลยเลี้ยงดูพ่อแม่แทน

หากพิจารณาจากหลักธรรมะ การไม่มีลูก คือการละจากบ่วง หรือ เหตุแห่งทุกข์ได้หลายเรื่อง เพราะเราไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องคาดหวัง จากคนที่เราจะต้องยึดมั่นถือมั่นเพิ่มมาอีกคน อย่าบอกนะ ว่าคนมีลูก ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นกับคนที่เป็นลูก

 

          อ่านถึงตรงนี้แล้วก็พิจารณากันเองเองนะครับ ว่าจะเลือกแบบไหน มีหรือไม่มีดี แต่หากมีแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ทั้งกับตัวเอง คนรัก และลูกที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย บทความนี้ผมอ่านเจอในนิตยสารฉบับหนึ่งจำไม่ได้ว่าชื่อนิตยสารอะไร เห็นว่าเป็นอีกแนวความคิดหนึ่งจึงจดมาเขียนในเพื่อนๆ ได้อ่านกันอ่ะครับ..


Last Updated on Saturday, 19 June 2010 00:44
 

Add your comment

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
Very HappySmileWinkSadSurprisedShockedConfusedCoolLaughingMadRazzEmbarrassedCrying or Very SadEvil or Very MadTwisted EvilRolling EyesExclamationQuestionIdeaArrowNeutralMr. GreenGeekUber Geek
Your name:
Subject:
Comment:
Share |

Our Services :

Custom Search

รับดูดวงด้วยไพ่ยิปซี

500 บาท/ชั่วโมง

MO: 084-7510672

รับประกันความพอใจ


สนใจคลิ๊กที่นี่ครับ เพื่อดูรายละเอียด

และดู Comment

ads


Banner

Banner