Thursday 09 Feb 2012
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default style
  • blue style
  • red style
  • yellow style
วันนี้คุณลืมใครคนหนึ่ง....หรือเปล่า PDF Print E-mail
Custom Search
Written by janjira   
Tuesday, 07 September 2010 21:36

              วันเวลาไม่เคยหมุนย้อนกลับ คงไม่ต่างอะไรกับอายุคนเรานับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นๆ แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย  อีกทั้งอาจเป็นเพราะคนไทยเราดูแลสุขภาพกันมากขึ้น จึงส่งผลให้ปัจจุบันสถานการณ์ผู้สูงอายุในสังคมไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน  แต่อายุสูงขึ้นก็ไม่ได้มีแต่ประโยชน์เสมอไป กลับน่าตกใจ เมื่อได้ยินข่าวอยู่เสมอว่า มีผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งให้อยู่เดียวดายเป็นจำนวนมาก                  หลายวันก่อนอ่านข่าวในหน้าหนังสือ รู้สึกหดหู่ใจเหลือเกินค่ะ ที่ลูกทอดทิ้งพ่อแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองได้ลงคอ ยกตัวอย่างเช่น แม่เฒ่า วัย 84 ปี ที่เมืองปากน้ำโพถูกลูกทอดทิ้งอยู่ตามลำพัง ท่านแม่เฒ่าก็ชรามากแล้ว เดินก็ไม่ได้ มีเพียงเงินยังชีพเดือน 500 บาท ประทังชีวิตไปวัน ๆ แก่เล่าให้ฟังว่าถูกลูกทอดทิ้ง ทั้งที่เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นคันเก่า เมื่อก่อนแก่เลี้ยงดูฟูกฟักลูกมากับมือจนเติบใหญ่ทั้ง 7 คน แต่บัดนี้ แม่คนนี้หามีประโยชน์อะไรไม่ แก่พูดไปก็ร้องไห้ไป  เหมือนตัวเองเป็นภาระให้กับลูก ๆ ลูกพยายามที่จะหาทางผลักไส ให้แม่หนีไปพ้น ๆ ยายแก่คนนี้ก็ไม่รู้จะไปไหน สุดท้ายก็มาอยู่กับลูกอีกคน ก็เจอลูกสะใภ้ด่าเข้าให้ทุกวัน กินข้าวกับน้ำพริกทุกมื้อ บางมื้อต้องกินข้าวเคล้าน้ำตา ทั้งเสียใจ และน้อยใจ ในที่สุดลูกก็ทิ้งให้อยู่กระท่อม แม่เฒ่าเล่าว่าแกไม่กล้ากลับไปอยู่กับลูก เพราะกลัวจะถูกด่าว่ารังแกมีเพียงญาติห่าง ๆ เท่านั้นที่คอยมาดูแลป้อนข้าว ป้อนน้ำ ลูกทั้ง 7 คน ไม่เคยหันกลับมาเหลียวแลนานนับสิบปีฉันไม่ทราบว่าท่านได้อ่านข่าวเรื่องราวนี้มาบางหรือเปล่า จะคิดอย่างไรกัน เทคโนโลยีก้าวหน้าไป คนไทยช่างทันสมัย ไม่นึกถึงพระคุณผู้ที่ให้กำเนิดแม้แต่น้อย ใจโหดร้ายพอที่จะทอดทิ้งพ่อแม่ได้อย่างไม่อายฟ้าอายดิน 

             จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ประเทศไทยมีจำนวนและสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยในปี 2537 มีประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 6.8  ในปี 2545 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 9.4 และล่าสุด ในปี 2550 พบว่าผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 10.7 ของประชากรทั้งประเทศ  และที่สำคัญคาดการว่าในปี 2553 และ 2563 ประเทศไทยจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11 และร้อยละ 15 ตามลำดับ และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ในขณะที่ผู้สู่อายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ปี กลับยิ่งพบผู้สูงอายุซึ่งถูกทอดทิ้งมีจำนวนสูงขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีก ทั้งนี้เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป  กลายเป็นกระแสทุนนิยม ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างครอบครัวให้กลายเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น  ความรักความผูกพันธ์ในครอบครัวน้อยลง คนในครอบครัวมัวแต่สนใจเรื่องการทำงานเก็บเงิน จนอาจมองข้ามความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวไป ส่งผลให้สัดส่วนของผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวตามลำพังในครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น         สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่พบบ่อยที่สุดคือความรู้สึกเหงา  ของผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว รองลงมาคือปัญหาไม่มีคนดูแลท่านเมื่อเจ็บป่วย  ปัญหาด้านการเงินที่ต้องเลี้ยงชีพ ไม่มีลูกหลานมาช่วยแบ่งเบาภาระภายในบ้าน ปัญหาทั้งหมดเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ โดยจะเกิดมากที่สุดในผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งจากลูกหลาน  นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้สูงอายุยังมีปัญหาด้านร่างกาย เนื่องจากสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา ส่งผลให้สุขภาพอ่อนแอ ช่วยเหลือได้น้อยลง  อีกทั้งสังคมก็ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุเกิดความรู้สึกในทางลง  มองตนเองเป็นผู้ไร้ประโยชน์และเป็นภาระของสังคม เกิดความสับสนทางอารมณ์ จิตใจ  และความเชื่อมั่นในตนเองลดน้อยลง  ท้ายสุดทำให้ผู้สูงอายุเหล่านี้อยู่ในภาวะอารมณ์เศร้า  ท้อแท้  ผิดหวัง และมีปมด้อย ซึ่งปัญหาเหล่านี้ถือเป็นปัญหาทางสังคมที่จะต้องช่วยกันเร่งแก้ไขโดยด่วน เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางออกเดียวที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่า
           
เราควรหันมาสนใจ  ผู้สูงอายุ โดยเอาใจใส่และดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะในเวลาปกติหรือในเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย  พูดคุยและหาโอกาสพาไปผักผ่อน  หากิจกรรมให้ทำในเวลาว่าง รวมทั้งสนับสนุนให้ได้รับการออกกำลังกายที่ถูกวิธี เพื่อเป็นการพัฒนาร่างกายควบคู่กันไป หากิจกรรมให้ทำร่วมกันในครอบครัว เพื่อการสร้างความอบอุ่นและความสัมพันธ์ที่ดีของสมาชิกในครอบครัว  เพราะนอกจากจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาวะที่ดีแล้ว  ยังจะกลายเป็นวัคซีน ที่ดีของสมาชิกทุกคนในครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย  

 
          ใจหนึ่งฉันอยากจะบอกกับทุกคนว่า คนเราทุกวันนี้ มุ่งมั่นที่จะมีคู่ครองกันมาก ไม่เคยเห็นใครที่จะมุ่งมั่นเพื่อพ่อ แม่บ้าง ทุกคนอยากทำงาน เก็บเงิน ซื้อรถ เพื่อจะได้ขับไปทำงานอย่างสบาย อยากซื้อบ้านเพราะต้องการแยกตัวออกจาก พ่อ แม่ อยากแต่งงานมีครอบครัว ทำงานหนักเพื่อความฟุ่มเฟือย ของตนเอง ไม่ว่างานหนักแค่ไหนทนได้   แต่ไม่เคยทำงานบ้านเพราะอ้างว่าเหนื่อยมากพอแล้ว ทุกสิ่งในเนื้องานจำได้หมด แต่ไม่เคยจำได้ว่าพ่อแม่ชอบกินอะไร เจ้านาย อยากได้อะไรทำให้ได้หมดแต่ไม่เคยทำอะไรให้พ่อแม่ คุณพาคู่รักไปท่องเที่ยว หาอาหารอร่อยๆกินได้ทุกที่ แต่ไม่เคยแม้แต่ซื้อกับข้าวกลับบ้าน ทุกคนลืม มองข้ามคนที่รักเรามากที่สุด 

 

 

 


 

 

  

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


Last Updated on Wednesday, 08 September 2010 08:32
 

Add your comment

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
Very HappySmileWinkSadSurprisedShockedConfusedCoolLaughingMadRazzEmbarrassedCrying or Very SadEvil or Very MadTwisted EvilRolling EyesExclamationQuestionIdeaArrowNeutralMr. GreenGeekUber Geek
Your name:
Subject:
Comment:
  The word for verification. Lowercase letters only with no spaces.
Word verification:
Share |

Our Services :

Custom Search

รับดูดวงด้วยไพ่ยิปซี

500 บาท/ชั่วโมง

MO: 084-7510672

รับประกันความพอใจ


สนใจคลิ๊กที่นี่ครับ เพื่อดูรายละเอียด

และดู Comment

ads


Banner

Banner