Tuesday 07 Feb 2012
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default style
  • blue style
  • red style
  • yellow style
ธาลัสซีเมียนาทีแห่งชีวิต(ตอนที่ 6) PDF Print E-mail
Custom Search
Written by janjira   
Wednesday, 23 June 2010 21:51

สวัสดีค่ะคราวที่แล้วได้บอกถึงวิธีการปลุกถ่ายไขกระดูกสันหลังไปแล้วนะค่ะ วันนี้ฉันเองจะมาเล่าถึงประสบการณ์ซึ่งเป็นนาทีแห่งชีวิตครั้งหนึ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะรอดมาได้ถึงทุกวันนี้ 

ฉันจำได้ดีว่าวันไหนเป็นวันสอบปลายภาควันสุดท้ายของช่วงชั้นปีที่ 2 ตอนเช้าฉันก็อาบน้ำแต่งตัวไปสอบตามปกติเหมือนทุก ๆ แต่วันนั้นฉันรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเท่าไร แต่ก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไรพอสอบเสร็จก็จะได้รีบกลับบ้าน แต่นั่งสอบก็รู้ตัวเองว่าเวียนหัวมาก อยากสอบให้เสร็จ ๆ แล้วกลับบ้าน พอออกจากห้องสอบ เพื่อน ๆ ทักว่าทำไมหน้าซีดจัง ก็เลยบอกไม่เป็นขอบคุณนะที่เป็นห่วง ก็รีบกลับบ้านแต่พอเดินมาซักพักรู้สึกว่าตัวเองหน้ามืดจะเป็นลม เลยนั่งพัก แล้วก็คิดว่าจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่พอจะเดินรู้ตัวเองว่าคงไม่ไหวแน่ เลยตัดสินใจนั่ง Taxi กลับบ้าน แต่ระหว่างทางโทรบอกแม่ว่าไม่สบายกำลังจะกลับบ้านแล้ว แต่รู้ตัวว่าไม่ไหวแน่เลยให้ Taxi  ไปส่งที่โรงพยาบาลเลย พอไปถึงก็ขอรถนอนเพราะรู้ตัวว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว ระหว่างนั้นแม่ก็มาถึงพอดี พยาบาลรีบพาฉันเข้าห้องฉุกเฉินเป็นการด่วน เพราะตอนนั้นฉันซีดมาก ไม่มีแม้แต่แรงจะพูดบอกอาการกับหมอและพยาบาล หมอดูอาการแล้วคิดว่าแย่แน่เลยให้สายออกซิเจนและสั่งจองเลือดเป็นการด่วน ตอนนั้นฉันไม่รู้สึกตัวอีกแล้ว มารู้ตัวอีกทีก็อยู่ในห้องพักฟื้นแล้ว แม่บอกว่าเกร็ดเลือดของฉันต่ำมาก ต้องให้เลือดโดยด่วน และตอนนั้นไม่รู้ว่าฉันอะไรต่อสายอะไรอยู่เต็มตัวฉันไปหมด พอจะลุกจากเตียงก็หน้ามืด เวียนหัว ทำอะไรไม่ได้เลยได้แต่นอนอย่างเดียว รอได้สั่งพักพยาบาลก็นำเลือดมาให้แต่พอให้เลือดไปได้ซัก 2 ถึง 3 นาที ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองหายไม่ออก อาเจียน หนาว ๆ ร้อน ๆ ไปหมดทั้งตัว  พยาบาลรีบตามหมอโดยด่วน  แม่บอกว่าฉันซ็อตหมดสติไปเลย แม่บอกว่าหมอปั้มหัวใจอยู่นาน ในใจของแม่ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเลย พยาบาลออกมาบอกกับแม่ให้เตรียมทำใจเพราะน้องเกร็ดเลือดต่ำมากแล้วเลือดที่ให้น้อง น้องก็แพ้อีก ทำให้แม่ถึงกับทรุดนั่งลงร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก แม่โทรตามญาติเพื่อให้มาดูใจฉันเป็นครั้งสุดท้าย แต่แล้วเสี้ยววินาทีแห่งชีวิต หมอก็ปั้มหัวใจฉันขึ้นมาได้

 

แต่ร่างกายฉันตอนนั้นแม่บอกว่าฉันไม่รับรู้อะไรเลย แม่พูดอะไรฉันก็ไม่มีกิริยาอะไรตอบรับ นอนนิ่ง จากที่นอนห้องพิเศษหมอต้องก็ย้ายฉันไปอยู่ในห้องไอซียู เพื่อติดตามอาการตลอด 24 ชั่วโมง ตอนนั้นแม่เตรียมทำใจบางแล้ว พอฉันรู้สึกตัวแต่ก็ไม่มีแรงพูดโต้ตอบใคร รู้เพียงอย่างเดียวฉันคงไม่รอดแน่ นอนอยู่ในห้องไอซียูเป็นระยะเวลาเกือบ 2 อาทิตย์ ให้ยาทุก ๆ 1 ชั่วโมง เจาะเลือดทุก 2 - 3 ชั่วโมง จนร่างกายเขียวเป็นจ้ำ ๆ ไม่มีที่ให้เจาะ แม่ร้องไห้เกือบทุกวัน  หมอบอกแม่ว่าฉันแพ้เลือดที่ให้ไปอย่างรุนแรง เกร็ดเลือดต่ำลงเรื่อย ๆ  ต้องรอดูอาการไปก่อนเพราะตอนนี้หมอยังทำอะไรไม่ได้มากหนัก เพราะเลือดที่ให้ไปฉันก็แพ้  พออยู่ในโรงพยาบาลได้ซักพักอาการของฉันก็ค่อย ๆ ดีขึ้น พอมีเรี่ยวแรงที่จะพูดกับใคร ๆ บาง หมอจึงย้ายฉันมาอยู่ห้องพิเศษเหมือนเดิมเพราะกลัวติดเชื้อ จึงแยกฉันออกมาจากผู้ป่วยหนักในห้องไอซียู แต่ฉันก็กินอะไรไม่ได้เลยกินเข้าไปเท่าไรก็อาเจียนออกมาหมด จากน้ำหนัก 47 ลดลงมา 35 ลดลงไปถึง 12 กิโล จนฉันรู้สึกท้อร้องไห้ทุกวัน เพราะอยากกลับบ้าน แต่กลับไม่ได้ ลุกไปไหนมาไหนก็ไม่ได้ อยากกินอะไรแม่ก็ซื้อให้กินแต่พอกินเข้าไปก็อาเจียนออกมา  ช่วงนั้นพ่อต้องวิ่งรถขึ้นรถลงจากจากปัตตานี - กรุงเทพฯ  ฉันสงสารพ่อมาก พอเกร็ดเลือดเข้าสู่ภาวะปกติ หมอจึงให้เลือดฉันแต่ก็ฉีดยาแก้แพ้ให้ก่อนให้เลือดซักประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะกลัวจะซ็อตอีก  แต่ก็ให้ได้แค่ 1 ถุงเท่านั้น เพราะกรุ๊ปเลือดของฉันหายากมาก 1 ใน 10 ถึงจะมีซักคน ใช่ว่าจะได้เลือดกรุ๊ปเดียวกันแล้วจะเข้ากันได้ตลอด ต้องนำมา Matt กันว่าเข้ากันได้ไหม ถ้ากรุ๊ปเดียวกันแต่ Matt เข้าหากันไม่ได้ให้ไปก็เปล่าประโยชน์  พอให้เลือดไป 1 ถุง ร่างกายเหมือนโดนอะไรลุมกินในระบบร่างกาย เหมือนเวลาคุณให้อาหารปลาแล้วปลามันลุมกินอาหารกันประมาณนั้น ทำให้ร่างกายฉันหมดเรี่ยวแรงถึงแม้ว่าจะให้เลือดแล้วเปอร์เซ็นต์ดีขึ้นกว่าเดิมแล้วก็ตาม แต่เปอร์เซ็นต์ก็ยังไม่เป็นปกติที่จะกลับบ้านได้ ถ้าเปอร์เซ็นต์เลือดของผู้ป่วยธาลัสซีเมียต้องมีค่าเป็น 25 – 35 % ถึงจะเรียกว่าดี ฉันต้องนอนรอให้เลือดประมาณ 2 อาทิตย์  แต่ก็ยังไม่มีเลือด Matt เข้ากับฉันได้เลย หมอบอกว่าถ้ายังหาเลือดไม่ได้ร่างกายของฉันจะขาดเลือดแล้วทำให้หัวใจวายได้เพราะไม่มีเลือดไปล่อเลี้ยงร่างกาย พ่อกับแม่จึงตัดสินใจของความช่วยเหลือจากที่ทำงาน ลงประกาศทางอินเตอร์เน็ต ลงประกาศทางวิทยุ จส.100 มาบริจาคเลือดกรุ๊ป B ด่วน ประมาณ 2 -3 วันก็ได้เลือดกรุ๊ป B มา แต่มันไม่สามารถ Matt เข้ากับเลือดฉันได้เลย จนฉันท้อนอนร้องไห้ทุกวัน อยากกลับบ้าน พูดกับแม่ว่า “ถ้าฉันจะตายของให้ฉันไปตายที่บ้านนะ ” แม่พูดให้กำลังใจฉันแต่ฉันรู้ว่ามันคงไม่มีทางแล้วล่ะที่ฉันจะรอด ทุกครั้งที่มีการ Matt กับคนอื่น ๆ ที่มีคนมาบริจาคหมอจะมาเจาะเลือดฉันไปทุกครั้ง จนไม่มีเส้นเลือดให้เจาะแล้ว หมอและพยาบาลเองก็สงสารแต่ไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไร  ฉันนอนรอเลือดอีกประมาณ 1 อาทิตย์ก็ได้เลือดมาแต่พอให้ไปเม็ดเลือดขาวก็กินเม็ดเลือดแดงจนหมด เพราะม้ามกินเม็ดเลือดหมด หมอจึงเขียนใบส่งตัวให้ไปผ่าตัดม้ามที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพ  เพราะถ้าไม่ผ่าตัดม้ามให้เลือดไปเท่าไรม้ามก็จะกัดกินเม็ดเลือดหมด ช่วงนั้นฉันเครียดมาก เพราะนี้ก็ใกล้จะเปิดเทอมใหม่แล้ว และเป็นเทอมสุดท้ายแล้วด้วยที่ฉันจะเรียนจบปริญญาตรีภายใน 3 ปี  ฉันและแม่รู้ว่าการผ่าตัดต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นเป็นเดือนแน่ แม่จึงตัดสินใจให้ฉันด็อบเรียนไปก่อน ฉันคิดว่าทำไมต้องมาเป็นแบบนี้อีกปีเดียวเท่านั้นฉันจะเรียนจบแล้ว ฉันรักการเรียนมาก และก็คิดถึงเพื่อน ๆ มากถึงแม้ว่าช่วงที่ฉันอยู่โรงพยาบาลเพื่อนๆ จะมาเยี่ยมฉันบ่อย ๆ ก็ตาม แต่ฉันก็ยังอยากกลับไปเรียน อาจารย์ประจำฉันมาบอกกับฉันให้รักษาตัวให้หายเสียก่อนค่อยกับไปเรียนใหม่ เรียนเมื่อไรก็เรียนได้ถ้าร่างกายเราพร้อมและแข็งแรงพอ ฉันคอยมีกำลังใจต่อสู้ขึ้นมาหน่อย จึงตัดสินใจที่จะไปผ่าตัดม้าม

เรื่องยังไม่จบเท่านี้นะค่ะ เพราะระหว่างที่กำลังจะไปผ่าตัดก็มีปัญหาเกิดขึ้นอีก .... อย่าลืมติดตามกันนะค่ะ


 
Comments (1)
เอาใจช่วยนะคะ
1 Saturday, 27 November 2010 09:47
เบนซ์
เเล้วเมื่อไรจะมีตอนต่อไปละคะ
ติดตามอยู่นะคะ

สู้สู้คะ

Add your comment

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
Very HappySmileWinkSadSurprisedShockedConfusedCoolLaughingMadRazzEmbarrassedCrying or Very SadEvil or Very MadTwisted EvilRolling EyesExclamationQuestionIdeaArrowNeutralMr. GreenGeekUber Geek
Your name:
Subject:
Comment:
  The word for verification. Lowercase letters only with no spaces.
Word verification:
Share |

ads


Banner

Banner