Tuesday 07 Sep 2010
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default style
  • blue style
  • red style
  • yellow style
การตัดม้าม..ธาลัสซีเมีย(ตอนที่ 8) PDF Print E-mail
Custom Search
Written by janjira   
Friday, 23 July 2010 09:03

 

         

         สวัสดีค่ะ เห็นมีท่านผู้อ่านหลาย ๆ ท่านสนใจเรื่องโรคธาลัสซีเมียกันมากขึ้น คนเขียนเองก็รู้สึกภูมิใจอย่างไรบอกไม่ถูกเหมือนกัน ตอนแรกที่เข้ามาเขียนเรื่องนี้ยังคิดอยู่เลยว่าจะมีคนสนใจหรอ แต่พอเขียนไปเขียนมาก็มีคนสนใจและเข้ามาถามข้อสงสัยกันมากขึ้น รู้สึกมีกำลังใจ ที่ยังมีใครสนใจในเรื่องที่เราเขียนก็เลยต้องเขียนให้จบ เพราะเรื่องของโรคธาลัสซีเมียยังมีอีกมากมายที่ท่านผู้อ่านหลาย ๆ คนยังไม่รู้ ก็นำความรู้ในเรื่องโรคนี้มาถ่ายทอดความรู้ให้ท่านผู้อ่านได้นำไปแนะนำกับใครอีกหลายคน ถึงแม้ว่าตัวของเราเองจะไม่ได้เป็นโรคนี้ก็ตาม  แต่เราสามารถที่จะเป็นที่ปรึกษาได้  วันนี้ก็เลยนำความรู้เรื่องการตัดม้ามของผุ้ป่วยธาลัสซีเมียมาฝากกัน เพราะหลังจากได้บอกเล่าไปแล้วว่าขั้นตอนวิธีการรักษาผุ้ป่วยธาลัสซีเมียสามารถทำได้วืธีใดบ้าง หนึ่งในนั้นก็คือการตัดม้าม   

          ม้ามเป็นอวัยวะในช่องท้องด้านบนซ้าย  ปกติจะมีขนาดเล็กคลำไม่ได้  ในผู้ป่วยธาลัสชีเมียจะมีม้ามใหญ่  ระยะแรกม้าม  จะช่วยในการสร้างเม็ดเลือด  แต่ม้ามมีหน้าที่ทำลายเม็ดเลือดแก่ๆ ที่จะตายด้วยในผู้ป่วยธาลัสชีเมีย  เม็ดเลือดแดงผิดปกติจะแตกตายเร็วม้ามต้องทำหน้าที่มาก  ม้ามจึงโตขึ้นๆ  เมื่อม้ามโตมาทำให้ท้องป่องอึดอัดและกลับเพิ่มการทำลายเม็ดเลือดมากขึ้น  ผู้ป่วยบางรายม้ามโตมากจนเต็มท้อง  ทำให้ต้องให้เลือดถี่  มากขึ้นๆ  ทุกเดือน  หรือทุก 2-3 สัปดาห์ก็ยังซีดอยู่  แพทย์จึงพิจารณาตัดม้าม  ซึ่งมีผลดีหลังการตัดม้ามทำให้หายอึดอัด  และอัตราการให้เลือดจะลดลงมาก    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  โรคฮีโมโกลบินเอ็ช  มักไม่ต้องให้เลือดอีกเลย  แต่  ผลเสียของการตัดม้ามก็มี  คืออาจมีภาวะติดเชื้อได้ง่าย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กอายุน้อยกว่า  4  ปี  แพทย์จึงมักไม่ตัดม้ามเด็กอายุน้อยกว่า  4 ปี  หลังตัดม้าม  ผู้ป่วยจะต้องกินยาปฏิชีวนะพนนิซิลลิน วี  (Pen V)  1 เม็ด เช้า – เย็น  อย่างน้อย 2-3 ปี  หรือจนพ้นวัยเดก  ที่สำคัญในผู้ป่วยโรคธาลัสชีเมีย ทั้งก่อนและหลังการตัดม้าม  คือ  หากมีไข้สูงอ่อนเพลียมาก  ซีดลง   หรือท้องร่วงร่วมด้วยไม่ควรนิ่งนอนใจ  ควรรีบปรึกษาแพทย์  โดยด่วน  เพราะอาจเกิดการติดเชื้ออื่น ๆ  ที่รุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อ  Penicillin V  ก็ได้  นอกจากนี้ภายหลังตัดม้าม  การดูดซึมธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น  และเหล็กซึ่งเดิมเคยสะสมที่ม้ามได้ด้วยจะไปสะสมในอวัยวะต่างๆ เช่น  ดับ   ตับอ่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นตับเข็ง  เบาหวาน  แพทย์ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนก่อนการตัดม้าม 

 ทำไมผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียจึงมีม้ามโต
         ในระยะแรกม้ามโตขึ้นเพื่อช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง (เพราะม้ามเคยทำ หน้าที่นี้มาก่อนตั้งแต่ระยะที่เป็นทารกอยู่ในครรภ์ หลังคลอดไขกระดูกทำหน้าที่นี้แทน) แต่เมื่อม้ามโต มากกว่า 6 ซม. ม้ามจะกักกันเลือดไว้ได้มาก จนทำให้มีการทำลายเม็ดเลือดมากขึ้นในม้าม ม้ามยิ่งโตมากก็จะยิ่งทำลายเม็ดเลือดมากขึ้นๆ ผู้ป่วยบางคนม้ามโต คลำได้ถึงสะดือหรือต่ำกว่าสะดือ ผู้ป่วยจึงยิ่งซีดลงมาก จนต้องให้เลือด ถี่มากขึ้นๆ
ผลดีของการตัดม้าม
         - หายอึดอัด รู้สึกสบายขึ้น
         - อาการซีดมักจะดีขึ้น การให้เลือดลดลง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในโรคฮีโมโกลบินเอ็ช มักไม่ต้องให้เลือดอีกเลย ใน เบต้าธาลัสซีเมีย ก็จะดีขึ้น การให้เลือดลดลงได้
ผลเสียของการตัดม้าม
         -จะติดเชื้อโรคบางชนิดได้ง่าย และรุนแรงมากกว่าก่อนตัดม้าม
         -อาจมีธาตุเหล็กสะสมมากขึ้น เพราะมีการดูดซึมธาตุเหล็กจากลำไส้เพิ่มขึ้น
         -บางรายมีเกร็ดเลือดสูงมากหลังตัดม้ามในระยะแรก
การปฏิบัติตัวหลังตัดม้าม
         -การปฏิบัติทั่วไป : ต้องมีสุขอนามัยที่ดี กินอาหารที่มีประโยชน์ และสะอาด
         -เกี่ยวกับภาวะเหล็กเกิน ควรตรวจสอบระดับธาตุ เหล็กดูซีรัมเฟอไรตินทุกปี ขอคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับการให้ยาขับธาตุเหล็ก
         -เกี่ยวกับภาวะเกร็ดเลือดสูง ในเด็กมักเป็นชั่วคราวในระยะแรกๆ ภายหลังการตัดม้าม อาจจะทำให้เส้นเลือดถูกอุดตันได้ แพทย์จะให้ยาแอสไพรินในขนาดต่ำชั่วคราว ต้องติดตามตรวจนับเกร็ดเลือดทุกเดือน แพทย์จะหยุดให้ยา แอสไพรินเมื่อจำนวนเกร็ดเลือดลดลง
การติดเชื้อ 
          - กินยาเพนนิซิลลินวี (Pen V) 1 เม็ด เช้า เย็นตามที่แพทย์สั่งอย่างน้อย 2 ปี หรือจนพ้นวัยเด็กเพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อบางชนิด ที่พบบ่อยภายหลังการตัดม้าม (หากแพ้ยาเพนนิซิลลิน ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ) 
          - อาจเกิดการติดเชื้อ ซึ่งป้องกันด้วยยา Pen V ไม่ได้ มีอันตรายที่สุด ผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูง อ่อนเพลีย อาจมีท้องเสียด้วย อาการทรุดลงรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงอาจช็อคและเสียชีวิต จึงต้องคิดถึงภาวะนี้และไปโรงพยาบาล โดยรีบด่วนก่อนที่จะมีอาการช็อค เชื้อที่พบมักเป็นเชื้อกรัมลบ เช่น ฮีโมฟีลุส ซัลโมเนลลา อีโคไล หรือเชื้อกรัมบวก เช่น สเตร็ปโตคอคคัส แพทย์จะต้องให้การรักษาโดยรีบด่วน โดยให้ยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อทั้งสองชนิดดัง กล่าว โดยให้ยาฉีดเข้าเส้นเลือดดำ ให้น้ำเกลือและติดตามอาการโดยใกล้ชิดเนื่องจากการตัดม้ามจะทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการติดเชื้อบางอย่าง ผู้ป่วยจึงควรได้รับวัคซีนพิเศษนอกเหนือจากเด็กปรกติ ซึ่งควรเริ่มให้ตั้งแต่ก่อนตัดม้าม 2-3 สัปดาห์ ได้แก่ วัคซีนนิวโมคอคคัส (Pneumococcal vaccine) ป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัส (ได้แก่ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบ เป็นต้น) ควรให้ในเด็กที่อายุมากกว่า 2 ปี และควรให้ซ้ำอีก 1 ครั้ง 5 ปีต่อมา

          ฉันเองก็เคยเกือบจะโดยตัดม้าน แต่ด้วยในระยะเวลา 1 ปี แนให้เลือดไม่ถึง 41 ถุง/ปี จึงไม่จำเป็นต้องตัด เพราะถ้าตัดไปอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย และอาจมีโรคอื่นแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรฉันก็ยังต้องรักษาสุขภาพของตัวเองเสมอ เพราะไม่ว่าเราจะตัดม้ามหรือไม่ตัดก็มีค่าเท่ากัน เราต้องดูแลตัวเอง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารและยาตามที่แพทย์สั่ง อย่าตามใจปากตัวเองจนมากหนัก เพราะถ้าร่างกายเราทรุดขึ้นมา แพทย์เองก้คงช่วยเราไม่ได้ ขอให้คนที่ป่วยเป้นโรคนี้เหมือนฉันจงมีกำลังใจสู้ต่อไปนะค่ะ ถึงแม้ว่ามันไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แต่เราก็ทำงานได้เหมือนคนปกติ และบางทีอาจทำได้ดีกว่าคนปกติเสียด้วยซ้ำไป อย่าท้อถอยนะค่ะ เราต้องลุกขึ้นสู้ ท้อได้แต่อย่าถอยค่ะ สู้ ๆๆๆ


Last Updated on Friday, 23 July 2010 09:24
 

Add your comment

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
Very HappySmileWinkSadSurprisedShockedConfusedCoolLaughingMadRazzEmbarrassedCrying or Very SadEvil or Very MadTwisted EvilRolling EyesExclamationQuestionIdeaArrowNeutralMr. GreenGeekUber Geek
Your name:
Subject:
Comment:
  The word for verification. Lowercase letters only with no spaces.
Word verification:

ads