| การตัดม้าม..ธาลัสซีเมีย(ตอนที่ 8) |
|
|
|
| Written by janjira |
| Friday, 23 July 2010 09:03 |
|
สวัสดีค่ะ เห็นมีท่านผู้อ่านหลาย ๆ ท่านสนใจเรื่องโรคธาลัสซีเมียกันมากขึ้น คนเขียนเองก็รู้สึกภูมิใจอย่างไรบอกไม่ถูกเหมือนกัน ตอนแรกที่เข้ามาเขียนเรื่องนี้ยังคิดอยู่เลยว่าจะมีคนสนใจหรอ แต่พอเขียนไปเขียนมาก็มีคนสนใจและเข้ามาถามข้อสงสัยกันมากขึ้น รู้สึกมีกำลังใจ ที่ยังมีใครสนใจในเรื่องที่เราเขียนก็เลยต้องเขียนให้จบ เพราะเรื่องของโรคธาลัสซีเมียยังมีอีกมากมายที่ท่านผู้อ่านหลาย ๆ คนยังไม่รู้ ก็นำความรู้ในเรื่องโรคนี้มาถ่ายทอดความรู้ให้ท่านผู้อ่านได้นำไปแนะนำกับใครอีกหลายคน ถึงแม้ว่าตัวของเราเองจะไม่ได้เป็นโรคนี้ก็ตาม แต่เราสามารถที่จะเป็นที่ปรึกษาได้ วันนี้ก็เลยนำความรู้เรื่องการตัดม้ามของผุ้ป่วยธาลัสซีเมียมาฝากกัน เพราะหลังจากได้บอกเล่าไปแล้วว่าขั้นตอนวิธีการรักษาผุ้ป่วยธาลัสซีเมียสามารถทำได้วืธีใดบ้าง หนึ่งในนั้นก็คือการตัดม้าม ม้ามเป็นอวัยวะในช่องท้องด้านบนซ้าย ปกติจะมีขนาดเล็กคลำไม่ได้ ในผู้ป่วยธาลัสชีเมียจะมีม้ามใหญ่ ระยะแรกม้าม จะช่วยในการสร้างเม็ดเลือด แต่ม้ามมีหน้าที่ทำลายเม็ดเลือดแก่ๆ ที่จะตายด้วยในผู้ป่วยธาลัสชีเมีย เม็ดเลือดแดงผิดปกติจะแตกตายเร็วม้ามต้องทำหน้าที่มาก ม้ามจึงโตขึ้นๆ เมื่อม้ามโตมาทำให้ท้องป่องอึดอัดและกลับเพิ่มการทำลายเม็ดเลือดมากขึ้น ผู้ป่วยบางรายม้ามโตมากจนเต็มท้อง ทำให้ต้องให้เลือดถี่ มากขึ้นๆ ทุกเดือน หรือทุก 2-3 สัปดาห์ก็ยังซีดอยู่ แพทย์จึงพิจารณาตัดม้าม ซึ่งมีผลดีหลังการตัดม้ามทำให้หายอึดอัด และอัตราการให้เลือดจะลดลงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคฮีโมโกลบินเอ็ช มักไม่ต้องให้เลือดอีกเลย แต่ ผลเสียของการตัดม้ามก็มี คืออาจมีภาวะติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กอายุน้อยกว่า 4 ปี แพทย์จึงมักไม่ตัดม้ามเด็กอายุน้อยกว่า 4 ปี หลังตัดม้าม ผู้ป่วยจะต้องกินยาปฏิชีวนะพนนิซิลลิน วี (Pen V) 1 เม็ด เช้า – เย็น อย่างน้อย 2-3 ปี หรือจนพ้นวัยเดก ที่สำคัญในผู้ป่วยโรคธาลัสชีเมีย ทั้งก่อนและหลังการตัดม้าม คือ หากมีไข้สูงอ่อนเพลียมาก ซีดลง หรือท้องร่วงร่วมด้วยไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์ โดยด่วน เพราะอาจเกิดการติดเชื้ออื่น ๆ ที่รุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อ Penicillin V ก็ได้ นอกจากนี้ภายหลังตัดม้าม การดูดซึมธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น และเหล็กซึ่งเดิมเคยสะสมที่ม้ามได้ด้วยจะไปสะสมในอวัยวะต่างๆ เช่น ดับ ตับอ่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นตับเข็ง เบาหวาน แพทย์ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนก่อนการตัดม้าม ทำไมผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียจึงมีม้ามโต ฉันเองก็เคยเกือบจะโดยตัดม้าน แต่ด้วยในระยะเวลา 1 ปี แนให้เลือดไม่ถึง 41 ถุง/ปี จึงไม่จำเป็นต้องตัด เพราะถ้าตัดไปอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย และอาจมีโรคอื่นแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรฉันก็ยังต้องรักษาสุขภาพของตัวเองเสมอ เพราะไม่ว่าเราจะตัดม้ามหรือไม่ตัดก็มีค่าเท่ากัน เราต้องดูแลตัวเอง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารและยาตามที่แพทย์สั่ง อย่าตามใจปากตัวเองจนมากหนัก เพราะถ้าร่างกายเราทรุดขึ้นมา แพทย์เองก้คงช่วยเราไม่ได้ ขอให้คนที่ป่วยเป้นโรคนี้เหมือนฉันจงมีกำลังใจสู้ต่อไปนะค่ะ ถึงแม้ว่ามันไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แต่เราก็ทำงานได้เหมือนคนปกติ และบางทีอาจทำได้ดีกว่าคนปกติเสียด้วยซ้ำไป อย่าท้อถอยนะค่ะ เราต้องลุกขึ้นสู้ ท้อได้แต่อย่าถอยค่ะ สู้ ๆๆๆ |
| Last Updated on Friday, 23 July 2010 09:24 |
