|
เดจาวู รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า |
|
|
|
|
Written by สิงโต
|
|
Monday, 11 January 2010 14:27 |
เดจาวู รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า

ผมเคยมีประสบการณ์ “เดจาวู” นี้อยู่หลายครั้ง ผมไม่แน่ใจว่ามันจะสามารถพูดได้ว่า เดจาวู คือ สัมผัสที่ 6 ได้หรือไม่ แล้วเดจาวู มันคืออะไรกันแน่
เพื่อนๆ หลายคนคงเคยมีประสบการณ์เห็นภาพในสมอง หรือ เคยฝันถึงเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากันมาแล้ว และบางครั้ง มันก็เป็นเหตุการณ์ทีมาเกิดขึ้นจริงๆ ทำให้เราคุ้นๆ ว่าเราเคยทำแบบนี้มาก่อน และควรจะทำอย่างไรในขณะนั้น ช่วงเด็กๆ ประมาณ ม.3 ผมเคยฝันเห็นตัวเองต้องไปตัดผมในวันสิ้นเดือน เนื่องจากทางโรงเรียนจะตรวจผม หากใครผมยาวจะถูกกร้อนผม หลังจากที่ตัดผมเสร็จผมต้องไป ซื้อของที่ร้านค้าแห่งหนึ่งใกล้ๆ บ้านที่อยู่ใกล้สี่แยก แล้วจึงขี่มอเตอร์ไซด์เลี้ยวไปทางซ้าย ในฝันผมเห็นรถกระบะสีขาววิ่งมาทางผม แล้วก็หมุนตัวคล้ายหลบอะไรซัก
อย่างแล้วก็จอดแน่นิ่ง ผมเห็นตัวเองเดินตามขบวนอะไรก็ไม่รู้ มันเป็นขบวนที่เดินช้าๆ ช้ามากๆ ผมหันกลับไปมองที่แยกที่ขี่รถผ่านมา เห็นมอเตอร์ไซด์ของผมล้มอยู่กับพื้นห่างจากรถกระบะคันนั้นไม่ไกลมากนัก ผมพยายามที่จะเดินย้อนไปที่มอเตอร์ไซด์ แต่ผมทำไม่ได้ เหมือนกับว่ามีอะไรบังคับให้ผมต้องเดินตามขบวนนี้ไป ผมเริ่มสังเกต คนในขบวนแต่งตัวแปลกๆ ในชุดเสื้อคลุมยาวสีขาว แล้วผมต้องตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อมองไปที่หน้าของคนเหล่านั้น มันไม่มีตา หู ปาก และรูจมูกเลย ผมหันหลังวิ่งหนี้สุดแรงเกิด กรีดร้องเสียงดัง แต่..วิ่งอย่างไรตัวผมก็ยังเคลื่อนตามขบวนนั้นไปอยู่ในความเงียบ ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แม้แต่เสียงร้องของตัวเอง
ความฝันนั้นได้ผ่านไปหลายวัน จนผมลืมมันไปเสียแล้ว และวันสิ้นเดือนก็มาถึง ผมไปตัดผม แล้วก็ขี่มอเตอร์ไซด์ไปซื้อของที่ร้านหัวมุมละแวกบ้าน ขณะที่กำลังจะคร่อมรถเพื่อสตาร์มรถมอเตอร์ไซด์นั้น ผมก็เห็นภาพในฝันอีกครั้งแบบรวดเร็ว เหมือนมีอะไรมาบอก ว่าอย่าเลี้ยวซ้ายนะ ผมตัดสินใจที่จะเลี้ยวขวาไปในเส้นทางอื่น ที่อ้อมกว่าทางที่คิดจะไปแต่แรก ขณะที่เลี้ยวผ่านแยกไปสักพัก ก็ได้ยินเสียงรถกระบะขับผ่านแยกด้วยความเร็ว มีเสียงกร่นด่าจากคนในละแวกนั้นว่า “มึงจะรีบไปตายที่ไหน..ไอ้.....” รอยไหม้ของยางในการเบรกเข้าโค้งของรถคันนั้นได้ปรากฏฝากไว้ หลังจากที่รถดังกล่าวเคลื่อนตัวหายไป ผมยืนใจสั่น ขาสั่นเล็กน้อย นึกในใจว่าถ้าเมื่อกี้เราขี่มอเตอร์ไซด์เลี้ยวไปทางซ้าย อะไรมันจะเกิดขึ้นกับเรา ... ผมนำเรื่องนี้ไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็หัวเราะ เล่าให้คนอื่นฟังเขาก็หาว่าผมเพ้อเจ้อ.... ประสบการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับผมหลายๆ ครั้ง บางครั้งมันก็มาในรูปของความฝัน ภาพในสมอง เสียง หรือเป็นความรู้สึก บางครั้งก็เป็นคำพูด คือ อยู่ดีๆ ก็พูดออกมา เหมือนอยากจะพูดอย่างไงอย่างนั้น ซึ่งผมจะเล่าให้ฟังตาม link ข้างล่างนะครับ มีหลายคนบอกว่าผมมี Six Sense หรือ สัมผัสที่หก ผมรู้สึกกลัว เพราะไม่อยากเห็นภาพที่น่ากลัว ไม่อยากได้ยินเสียอะไรแปลกๆ และไม่อยากถูกมองว่าเพ้อเจอ หลายครั้งที่ผมไปดูดวงเป็นเพื่อนเพื่อน คือไม่ได้ตั้งใจไปดูเอง ก็จะมีหลายหมอดูหลายคนทักว่ามีสัผัสที่หกค่อนข้างแม่นยำ อยากให้มาศึกษาด้านโหราศาสตร์ ผมก็เลยลองศึกษาดู แต่มันจำไม่ได้จริงๆ ศัพท์มันแปลกๆ งง มากๆ แถมเล่มหนาอีกต่างหาก จึงวางลงไม่เอาแล้ว จนกระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งไปทำงานออกแบบจัดรูปที่ดินเพื่อการเกษตรแถวๆ จ.ขอนแก่น (ผมเป็นวิศวกรโยธาครับ) ระหว่างที่นั่งรอรถที่จะกลับกรุงเทพ เห็นมีร้านหมอดูไพ่ยิปซีตั้งอยู่ มีคนเข้าคิวรอเพื่อจะดูหมอเป็นแถวยาว ผมเห็นเข้าก็คิดว่าลองไปดูแก้เซ็งบ้างเพราะต้องรอรถถึง 2 ช.ม พอถึงคิวผมหลังจากที่หมอบอกดวงเสร็จ เขาก็แนะนำผมว่าน่าจะศึกษาด้านนี้บ้าง ผมมีพรสวรรค์ด้านนี้ ผมจะดูได้แม่นยำกว่าเขาอีก ผมบอกว่าผมทำไม่ได้หลอก เพราะจำไม่ค่อยได้อ่านไม่เข้าใจ หมอดูท่านนั้นเลยชอกกับผมว่า สำหรับคุณเห็นไพ่แล้วรู้สึกอย่างไร ให้พูดไปอย่างนั้นแล้วศึกษาเพิ่มเติมหน่อย คุณจะช่วยคนได้เยอะ...หลังจากกลับจากขอนแก่นได้ประมาณ 2 เดือน ก็มีเพื่อนมาหาที่คอนโดฯ เขามาพร้อมกับเพื่อนของเขาซึ่งอายุน้อยกว่าผม หลังจากที่เข้ามาในห้องน้องคนที่มากับเพื่อนเห็นไพ่ยิบซีวางอยู่บนโต๊ะทำงานผมแล้วขอให้ดูดวงให้หน่อย ผมนึกถึงคำพูดของหมอดูที่ขอนแก่นว่าให้ลองดู เขาท้าทายไว้ ผมหยิบไพ่ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่ามันมาวางอยู่บนโต๊ะตั้งแต่เมื่อไรเพราะผมเก็บลืมไปนานแล้ว จำได้ว่าไพ่สำรับนี้ซื้อเมื่อตอนอยู่ปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มันเป็นไพ่ยิปซีที่มีแต่รูป เหรียญ ดาบ ไม้เท้า และถ้วย เช่น เก้าเหรียญ ก็จะมีแต่รูปเหรียญเก้าอัน ส่วนไพ่ชุดใหญ่ก็เป็นรูปภาพตามปกติ ผมเริ่มอ่านไพ่ตามที่เขาหยิบมาให้ 10 อัน (จำจากที่เคยไปดูมา) น้องที่ดูตกใจมาก..เพราะผมพูดราวกับว่ารู้เรื่องราวของเขา แถมรู้ถึงสถาณะทางครอบครัวของเขาที่กำลังมีปัญหาด้วย ทั้งๆที่เราเพิ่งจะรู้จักกัน เขาตื่นเต้นมาก ผมก็รู้สึกตื่นเต้นมากเหมือนกัน มันเป็นจริงหรอ เป็นไปได้หรอ..นี่ผมดูดวงได้หรอ..เพื่อพิสูจน์ว่าจริงไหม ผมก็เลยเดินหาคนมาช่วยให้ผมดูดวงหน่อย ผมเดินไปหาคนโน้นคนนี้ ดูดวงแล้วดวงเล่าก็มีแต่คนประหลาดใจในความแม่นของผม รวมทั้งผมด้วย ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากแค่สนุกๆ พอตอนหลังเกิดความโลภ ใช้หาเงินด้วยก็ดีนะ เลยเก็บค่าดูหมอ 39 บาท ทำอย่างนี้ได้ประมาณครึ่งปีได้มั้ง แล้วก็เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นกับผม แฟนบอกเลิก ถูกโจรปล้นเอารถเอาทรัพย์สินไปหมดตัว ต้องย้านที่อยู่มาเช่าหอใกล้ที่ทำงาน ซื้อจักรยายมาขี่ก็ถูกยก ถูกขู่ว่าจะแจ้งจับฐานหลอกลวงให้ครูมาสอนพิเศษและหลอกเด็กให้มาเรียน ในสถาบัยกวดวิชาเตรียมเข้าทหารซึ่งมาเปิดใต้ห้องที่ผมเช่าพอดี ..ความซวยมาเยือน 1 ปี เต็มๆ และภายหลังได้มารู้ว่า ปีนั้นเป็นปีที่ผมดวงอ่อนมาก ประกอบกับ ดูดวงได้เงินมาแล้วไม่ยอมเอาไปทำบุญ สิ่งต่างๆที่ไม่ดี ของคนที่เราไปดูดวงให้เขา ได้เข้ามาสู่ตัวผม เพราะผมไปแนะนำวิธีแก้ ไปบอกดวงเขา ทำให้ดวงเขาเปลี่ยน..ผมจึงต้องรับมันมาด้วย...หลังจากนั้นมาเมื่อดูดวงได้จะนำเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญให้ทั้งผู้มาดูดวงและให้ตัวเองด้วย
เนื่องจากหมอดูไม่ใช่เป็นอาชีพหลัก จะดูเมื่อมีคนร้องขอเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าเก่าหน้าเดิมๆ ที่มาดูอยู่เป็นประจำ งานด้านนี้จึงการเป็นงานตามคำขอไปซะงั้น เพราะหันไปทำงานด้านบริการสาธารณะมากกว่า เช่น ทำงานให้กับหมู่บ้าน เพราะอยากทำสังคมให้ดีขึ้น น่าอยู่ อยากช่วยคน จนกระทั่งวันหนึ่งได้ตรวจดวงกับหมอดูท่านหนึ่งทางโทรศัพท์ หมอดูท่านนี้บอกว่า ปรกติท่านจะไม่ค่อยว่าง แต่บ่ายนี้ตั้งใจโทรมาคุยกับผมโดยเฉพาะ และอยากชวนให้ผมนั่งสมาธิ เนื่องจากจะช่วยคนได้มาก แถมยังบอกอีกด้วยว่า ผมมีสัมผัสที่หกค่อนข้างดี เนื่องจากเห็นโน่นนี่ ได้ยินนั่นมาตั้งเยอะ จากกลัวจนเลิกกลัวแล้ว ยอมรับกับมันหากเจอขึ้นอีก ผมเลยยอมหัดนั่งสมาธิ เพื่อพัฒนาความสามารถด้านนี้ ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่อยากจะช่วยคนให้ได้มากๆ เพราะจะได้เป็นการสร้างกุศลไปในตัว แทบไม่น่าเชื่อ พอเริ่มที่จะปฏิบัติ เริ่มที่จะศึกษา ข้อมูลก็หลั่งไหลเข้ามาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว จากที่ไม่เชื่อในศาสนา ด่าพระ ไม่เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างก็กลับเข้าใจมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ได้อันดับแรกคือ การรู้จักใช้ชิวิตที่ดีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันจิต สงบ ไม่โกรธ อภัย เข้าใจ สงบ รักศาสนาพุทธมากขึ้น แสวงหาที่จะเรียนรู้ธรรมะ ยิ่งได้รู้ว่าไม่ต้องบวชก็บรรลุโสดาบันได้ ยิ่งได้รู้ว่านั่งเฉยๆ ก็ได้บุญมากกว่าบริจาคทาน ยิ่งได้รู้ว่าแค่มีความคิดดี มีจิตใจดีก็เป็นการทำบุญแล้ว ได้กุศลแล้ว มันตอบโจทย์ทุกข้อที่ถามตัวเองตอนเด็กว่า ... คนที่ไม่นับถือศาสนาพุทธ เขาจะขึ้นสวรรค์ได้อย่างไรในเมื่อไม่รู้จักการรักษาศีล สวดมนต์ไม่เป็น ไม่เคยตักบาตร ไม่เคยถวายสังฆทาน ซึ่งทั้งหมดนี้ อ่านได้จาก ธรรมะทำไม ครับ
รับทำนายดวงด้วยไพ่ยิปซี โดย สิงโตทาโร่
|
|
Last Updated on Monday, 28 June 2010 22:18 |