|

กำหนดฉาย 4 มีนาคม ปี 2010
ไปดูมาแล้วครับ สำหรับหนังเรื่อง Alice in Wonderland โดยส่วนตัวแล้วผมชอบตัวละครในเรื่องแถบทุกตัวเลยครับ มันน่ารักดี ไม่ว่าจะเป็น ราชินีแดง , Mad hatter , แมว เชอร์ชายร์, ทวีเดิลดี กับ ทวีเดิลดัม ส่วนเนื้อเรื่องผมเฉยๆ ครับ ไม่ค่อยประทับใจเท่าไร มันเรียบเกินไป แต่ภาพสวยดีครับ
เรื่องเริ่มต้น 10 ปี หลังจากเรื่องเดิม ตอนนี้ Alice อายุ 17 ปี เธอกำลังอยู่ในงานปาร์ตี้แล้วจู่ๆเธอก็กำลังจะถูกขอแต่งงานต่อหน้าไฮโซนับ ร้อยคน Alice วิ่งหนีตามกระต่ายขาวจนไปโผล่ใน Wonderland อีกครั้ง แต่ เธอจำไม่ได้เลยว่าเคยมาที่ Wonderland มาก่อน ในขณะที่สัตว์ใน Wonderland ต่างรอการกลับมาของ Alice เพื่อทำการใหญ่
จอห์นนี่ เดปป์ ในบท “แมด แฮทเทอร์” และ มีอา วาสิโควสกา รับบทสาวน้อย อลิซ ที่ต้องเดินทางกลับสู่ดินแดนพิศวงอีกครั้ง หลังจากที่เธอเคยไปมาแล้วเมื่อครั้งยังเด็ก เธอยังได้พบกับเหล่าเพื่อนในวัยเด็ดของเธอไม่ว่าจเป็น “คุณกระต่ายขาว ไวท์แรบบิท”, “แฝดยักษ์อ้วนจอมป่วน ทวีเดิลดี กับ ทวีเดิลดัม”, “ดอร์เม้าส์ หนูตัวจิ๋ว”, “หนอนผีเสื้อ”, “แมว เชอร์ชายร์” และที่ขาดไม่ได้ “แมด แฮทเทอร์” การเดินทางสุดมหัศจรรย์ในครั้งนี้ อลิซ จะต้องยุติการครองบัลลังก์อันโหดร้ายของราชินีแดงลงให้ได้
เรื่องนี้จะใช้เทคนิคผสมระหว่างนักแสดงจริง, แอนิเมชั่นแบบจับการเคลื่อนไหวนักแสดง, และเทคนิคแอนิเมชั่นแบบเก่าอย่าง Stop motion
แสดงนำ/แสดงเคลื่อนไหวให้แอนิเมชั่น/ให้เสียง โดย Johnny Depp, Mia Wasikowska, Anne Hathaway, Helena Bonham Carter กำกับโดย Tim Burton
Adobe Flash Player not installed or older than 9.0.115!
อลิซในแดนมหัศจรรย์ ถูกนำมาสร้างอีกครั้งฉบับลงจอใหญ่ แถมรับประกันความดาร์ค โกธิค แถมแฟนตาซีหลุดโลกแบบ Tim Burton ทว่าฉบับสร้างใหม่นี้ จะไม่ใช่เวอร์ชั่นรีเมค ที่เนื้อหาเป็นแบบในหนังสือนะครับ มันน่าสนใจข้อแรกที่ว่าเป็นหนังทิม เบอร์ตัน ที่ฝากผลงานให้แฟนๆด้านดาร์คแฟนตาซีมานักต่อนัก แถมก็รู้ๆกันอยู่ มีชื่อเฮียทิมมาครั้งไหน ก็ต้องมีชื่อป๋าเดปป์ห้อยมาทุกครั้งไป (มีอยู่ครั้งเดียวในเรื่อง Big Fish )
สิ่งที่ควรรู้ก่อนดูหนัง....
นิยายเรื่องนี้เป็นจินตนิยายแนวแฟนตาซีของ Lewis Carrol, Charles Lutwidge Dodgson (1832-1898) เกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรีย (ค.ศ.1819-1901) แห่งอังกฤษ สมัยวิคตอเรียเป็นสมัยรุ่งเรืองที่อังกฤษได้ดินแดนส่วนหนึ่งของอินเดีย ผนวกเข้ามาในราชอาณาจักร พระราชินีนาถวิคตอเรียได้ทรงเป็นพระจักรพรรดินีของอินเดียอีกตำแหน่งหนึ่ง ทรงมีพระราชกุมารที่ต่อมาได้ทรงเป็นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่เจ็ด (ค.ศ.1809-1901)
สมัยวิคตอเรียเป็นสมัยที่ความนิยมงานวรรณกรรม เปลี่ยนจากโรแมนติกมาเป็นสัจนิยม ซึ่งนักประพันธ์แห่งสมัยนิยมเขียนเรื่องชีวิตจริง ที่มักแร้นแค้น และไม่สดใส ทั้งนี้เพราะความรุ่งโรจน์แห่งยุค กลับทำให้เกิดสภาพสังคมที่ฟุ้งเฟ้อ และไม่จริงใจ เต็มไปด้วยพวกมือถือสากปากถือศีล เป็นยุคของคนชั้นกลางที่ทำตัวเป็นผู้ดีจอมปลอม และพวกหัวเก่าก็ฟุ้งเฟ้อไร้สาระ ในด้านสถาปัตยกรรมจะเน้นความยิ่งใหญ่อลังการ จนคนส่วนหนึ่งจะกลับถวิลหาธรรมชาติกับผู้คนที่มีความบริสุทธิ์ใจ และมีความฝันแบบเด็กๆ ภาพฝันจึงแสดงออกโดยอลิซที่เป็นตัวเอกของเรื่อง ส่วนที่เกิดเหตุการณ์ก็คือ ดินแดนในฝันของเด็กๆ ทั้งหลาย
เรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกใน ค.ศ.1865
ผู้ใหญ่ที่ได้อ่านเรื่องนี้ อาจมองว่า Alice in Wonderland เป็นนิยายเชิงถากถางเรื่องการศึกษา การเมือง วรรณกรรม และการดำเนินชีวิตแบบวิคตอเรียนโดยทั่วไปอย่างสุภาพ การมองนั้นอาศัยตัวละครคืออลิซ เด็กสาวที่เป็นผลิตผลของความสับสนวุ่นวายในเวลานั้น ผู้ประพันธ์ใช้ภาษาเขียนง่ายๆ แต่มีเสน่ห์เช่น การที่เขายกบทกวีของเวิร์ดเวิร์ธกับโซเธอมากล่าวถึงในเรื่อง และการแสดงความเข้มแข็งเด็ดขาดของสตรี ที่ปกครองอาณาจักรของตน ด้วยการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น ในดินแดนแห่งความฝันของอลิซตลอดเวลาล้วนน่าตื่นใจ และจากการที่ยังคงกำหนดให้อลิซเป็นเด็กหญิงที่น่ารักอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้เด็กๆ อ่านเรื่องนี้ด้วยความชื่นชม เทิดทูนอลิซในฐานะเป็นตัวละครเอกในวัยเดียวกันกับตน ทั้งยังเป็นตัวแทนของพวกเขาที่อยากจะเป็นด้วย
เรื่องย่อ

เริ่มเมื่ออลิซชะโงกหน้ามองข้ามไหล่ของพี่สาว ไปยังกระต่ายน้อยสีขาวตัวหนึ่งที่กำลังวิ่งข้ามสนามหญ้า มันหายเข้าไปในโพรง อลิซลุกขึ้น และวิ่งตามมันไปทันทีจนตัวเองรู้สึกว่าตกลงไปในโพรงลึกนั้นด้วย ฝ่ายเจ้ากระต่ายก็ยังคงวิ่งอย่างรีบเร่งไปตามทางเดินข้างหน้า มันพึมพำงึมงำกับตนเองว่าตนเองจะสายไป หรือเปล่าก็ไม่รู้ ก่อนที่จะวิ่งหายไปที่มุมหนึ่งปล่อย ให้อลิซยืนงงอยู่หน้าประตูที่ปิดตายหลายบาน
เด็กหญิงมองเห็นกุญแจทองเล็กๆ วางอยู่บนโต๊ะแก้ว เธอหยิบมันมาลองไขประตูเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังม่าน เมื่อประตูเปิดออก เธอก็เห็นสวนเล็กๆ น่ารักอยู่ตรงหน้า แต่เธอไม่สามารถเดินผ่านประตูเข้าไปได้เพราะประตูนั้นเล็กมาก อลิซจึงวางกุญแจลงบนโต๊ะ อย่างเศร้าๆ ทันใดนั้นก็มีขวดเล็กๆ ปรากฎขึ้นตรงหน้าเธอ อลิซดื่มน้ำในขวดนั้น สักครู่ก็รู้สึกว่าตัวเธอเล็กลงจนไม่สามารถยื่นมือไปหยิบกุญแจบนโต๊ะได้อีก นอกจากนี้ยังรู้สึกหิวจนต้องรับประทานขนมเค้กบนโต๊ะ สักครู่เธอก็กลับเติบโตขึ้นมีขนาดเพียงแค่ลอดประตูได้ อลิซร้องไห้อย่างหมดหวัง จนน้ำตาของเธอหยดลงมาเหมือนเมล็ดฝน แต่เด็กหญิงไม่สามารถหยุดร้องได้ทำให้น้ำตาของเธอท่วมสูงขึ้น ขณะนั้นเอง เจ้ากระต่ายก็ปรากฎตัวขึ้น มันคร่ำครวญว่าดัทเชสจะต้องโกรธมันมากถ้าปล่อยให้ต้องรอนาน
เจ้ากระต่ายขาววางพัดกับถุงมือให้อลิซหยิบมันขึ้นมา ซึ่งพอสัมผัสทั้งสองสิ่ง อลิซก็กลับตัวเล็กลง เธอวิ่งไปที่ประตูสวน ประตูปิดอยู่ เธอจึงหยิบกุญแจทองที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่หยิบไม่ถึง ยิ่งไปกว่านั้น เด็กหญิงยังกลับลื่นล้มลงไปในบ่อน้ำตาของเธอเอง ตัวเธอลื่นไถลไปปะทะร่างหนูน้อยที่ก็ตกลงมาในบ่อเหมือนกัน อลิซเริ่มบ่นถึงแมวของเธอคือ ดินาห์ทำให้เจ้าหนูตกใจกลัวจนพูดไม่ออก และในเวลาไม่นาน บ่อน้ำตาก็เต็มไปด้วยสัตว์หลายชนิด มีทั้งนกโดโดที่เสนอให้จัดการประชุมหาวิธีแก้ไข เรื่องที่ทุกตัวล้วนเปียกปอน อลิซถูกถามว่าจะให้จัดการอย่างไร เธอจึงบอกให้ลงมือทำเลยไม่ต้องมัวถกเถียงกัน สัตว์ทั้งหลายจึงพากันวิ่งแทบไม่หายใจจนในที่สุดตัวก็แห้ง
สิ่งที่เจ้าหนูต้องการต่อไปคือ ขอให้ "หาง" ของมันมีขนาดที่พอเหมาะกับตัวมัน อลิซถูกถามว่าคิดอะไรอยู่ อลิซจึงบอกว่าเธอคิดถึงแต่แมวดินาห์ สัตว์ทั้งหลายต่างตกใจ และวิ่งหนีไปหมด
กระต่ายขาวปรากฎตัวขึ้นอีก มันกำลังมองหาพัด และถุงมือ เมื่อมองเห็นอลิซ มันจึงชักชวนเธอไปที่บ้านของมันเพื่อไปเอาถุงมือ และพัดใหม่ อลิซได้พบพัดกับถุงมือที่บ้านของกระต่าย และยังดื่มน้ำในขวดด้วย ตัวเธอกลับขยายใหญ่ขึ้นจนต้องสอดขาของเธอ ผ่านปล่องไฟขึ้นมาให้ส่วนไหล่อยู่นอกหน้าต่างเพื่อไม่ให้ถูกบีบจนตาย
ต่อมา อลิซได้รับประทานขนมเค้กเล็กๆ อีกหนึ่งชิ้น ตัวเธอกลับเล็กลงอีกจนสามารถสอดตัวผ่านออกประตูได้ เธอรีบวิ่งมาที่ป่าใกล้ๆ นั้น และได้พบดักแด้บนเห็ด มันแสดงกิริยาหยาบคายต่อเธอ และเยาะเย้ยว่าหากอลิซจะแสดงว่าตัวเองมีค่า ก็ต้องสามารถท่องโคลงที่ว่า "You Are Old, Father William" ได้ อลิซท่องได้ไม่ดีนักทำให้เจ้าดักแด้ไม่พอใจ มันวิ่งหนีไปหลังจากที่ให้ข้อมูลอันมีค่าแก่อลิซคือ วิธีที่จะทำให้ตัวใหญ่ตัวเล็กได้ อลิซลงมือฉีกเห็ดเป็นชิ้นๆ และพบว่าถ้าเธอรับประทานเห็ดที่บิด้วยมือซ้าย ตัวเธอจะสูงขึ้น และถ้าใช้มือขวา ตัวเธอก็จะเล็กลง
อลิซออกเดินมาพบบ้านเล็กๆ ในป่า เธอได้พบเจ้าปลากำลังส่งบัตรเชิญให้กับกบผู้เฝ้าประตู เป็นเทียบเชิญดัทเชสไปเล่นโครเก้กับพระราชินี ทั้งสองฝ่ายต่างโค้งให้กันอย่างเต็มพิธีการจนวิกเกือบจะพันกัน เมื่ออลิซเปิดประตูก็พบว่าเธอเข้ามาอยู่ในบ้านของดัทเชส คนครัวกำลังคนหม้อซุปใหญ่ และเทพริกไทยใส่ลงไปมาก ทุกคนพากันจามยกเว้นพ่อครัว และแมวเชสไชร์ที่นั่งแยกเขี้ยวอยู่ที่หน้าเตาไฟ ดัทเชสเองก็จามแต่ก็ยังร้องเพลงกล่อมเด็กต่อไป อลิซสงสารเด็กมาก เธอจึงเข้าไปคว้าเด็กมาอุ้ม และพาออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก แต่แล้วเด็กก็กลับเปลี่ยนรูปร่างเป็นหมู ดีดตัวออกจากอ้อมแขนของเธอ และวิ่งหายเข้าไปในป่า ขณะที่ยืนตกตลึงอยู่ อลิซเห็นแมวเชสไชร์นั่งอยู่บนต้นไม้ มันสามารถปรากฎตัว และหายตัวสลับกัน และยังชักชวนอลิซเข้าไปในงานปาร์ตี้ด้วย งานนี้จัดโดยช่างทำหมวกสติไม่ดี แมวหายตัวเหลือแต่ฟันแสยะอยู่ครู่หนึ่งก็หายไปหมดทั้งตัว ทิ้งให้อลิซอยู่ที่งานปาร์ตี้คนเดียว
ในงานนั้นเองที่อลิซพบว่า เธอจะต้องสังสรรค์กับบุคคลประหลาด ที่เธอไม่เคยพบมาก่อนเลยเช่น กระต่ายสติไม่ดี ช่างทำหมวกสติแตก และหนูขี้ง่วง ทั้งหมดล้วนเกียจคร้าน และนั่งไม่อยู่สุขบนโต๊ะ มีจานสกปรกวางเกะกะ เจ้าหนูนอนหลับในถ้วยชา ช่างทำหมวกที่ขอให้อลิซตัดผมให้ และกระต่ายที่ชวนให้อลิซดื่มไวน์ซึ่งแท้จริงไม่มีสักหยด นอกจากนี้ยังตั้งคำถามบ้าๆ บอๆ ที่ไม่มีคำตอบ กับในเวลาต่อมาต่างก็จับกลุ่มคุยกันเองโดยไม่สนใจอลิซ เธอจึงผละจากมาเพราะเจ้าหนูหลับไปเฉยๆ หลังจากที่เล่านิทานไปเพียงครึ่งเรื่อง
อลิซเดินทางมาถึงสวนดอกไม้พูดได้ ขณะนั้นก็มีชาวสวนถือแปรงทาสีออกมา และเริ่มใช้สีแดงป้ายบนกอกุหลาบ ทั้งนี้เพราะพระราชินีทรงสั่งให้ปลูกกุหลาบแดง แต่ชาวสวนปลูกกุหลาบขาวจึงต้องใช้สีทาทั้งหมด เขาต้องรีบทำงานก่อนที่พระราชินีจะเสด็จมาถึง แต่ชาวสวนผู้น่าสงสารทำไม่สำเร็จ พระราชินีเสด็จมาถึงก่อน พระนางได้เห็นการกระทำนั้นจึงสั่งให้ตัดหัวคนสวนเสีย อลิซจึงช่วยเหลือด้วยการผลักเขาลงไปในถังดอกไม้ใบใหญ่ ที่พระราชินีผู้เหี้ยมโหดหาเขาไม่พบ ระหว่างนี้ก็มีการเริ่มเล่นกีฬาโครเก้ที่ใช้ฟลามิงโกเป็นๆ ตีลูกบอลคือ เจ้าเม่นที่ม้วนตัวจนกลมกลิ้งไปบนสนามหญ้า ดัทเชสจับตัวอลิซได้ และเหวี่ยงตัวเธอไปยังฝั่งทะเล ที่มีเต่ากับตัวกริฟฟอนอาศัยอยู่
อลิซวิ่งกระเซอะกระเซิงไปถึงศาลที่คณะลูกขุนกำลังเข้าประจำที่ ศาลกำลังจะตัดสินคดีมีผู้ขโมยอาหาร อลิซถูกจับตัวเป็นพยานเฉพาะพระพักตร์ของกษัตริย์ และราชินี เธอพูดอะไรไม่ออกเพราะตื่นเต้น พอดีสัตว์ทั้งหสายที่อยู่ในกล่องหลุดออกมา อลิซต้องจับมันใส่ลงไปใหม่ และให้การว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น คำพูดของเธอทำให้พระราชินีกริ้วมากจนถึงกับสั่งให้พาอลิซไปตัดหัว คนในศาลกรูเข้ามาหาเธอ อลิซร้องท้าว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากกล่องไพ่ ครั้นแล้วเธอก็ตื่นจากความฝัน ขณะที่พี่สาวของเธอได้ช่วยปัดใบไม้ออกจากใบหน้าของน้องสาว
ข้อคิดจากนิยายเรื่องนี้ 
อลิซเป็นตัวละครเด็กที่เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ในยุครุ่งเรือง อย่างยิ่งแห่งสมัยสมเด็จพระราชินีวิคตอเรีย ผู้อ่านที่ติดตามเรื่องนี้จนจบจะมองได้ว่าเรื่องเหล่านี้ ไม่มีวันที่จะเป็นเรื่องจริงขึ้นมาได้เลย แต่ความเป็นเด็กของอลิซ ก็สามารถทำความชุ่มชื่นหัวใจฝันของผู้ใหญ่ได้ระดับหนึ่ง
 





ข้อมูลเพิ่มเติม
1. รูปจากเรื่อง โดย NangDeee.com
|