|
เข็มทิศชีวิต
|
|
Written by janjira
|
|
Tuesday, 13 July 2010 21:51 |
|

ความรักของคนเรา ... เมื่อมันเดินทางผ่านมาได้ซักระยะหนึ่ง มันก็มักมีอะไรเหนือความคาดหมายรออยู่เสมอ เปรียบเสมือนว่าถ้ารักไร้อุปสรรค รักก็จะจืดชืด มันต้องมีอะไรซักอย่างมาทำให้ความรักพบกับบททดสอบ ที่ทำให้สั่นคลอนเพื่อหวังที่จะดูว่าเราจะจัดการการอุปสรรคในครั้งนี้ได้อย่างไร และตัวของเราเองจะเลือกทางไหนที่จะทำให้เจ็บปวดน้อยที่สุด ความรักเกิดขึ้นแบบช้ำซ้อน จนทำให้หลายคนงงว่าตกลงแล้วเรานั้นเป็นเนื้อคู่ของใคร คนที่มาก่อนก็ควรที่จะเป็นที่หนึ่ง หรือคนที่ผ่านมาแท้จริงแล้วเป็นแค่ตัวสำรองของความรัก
หากถามว่าอะไรคืออุปสรรคของความรักที่ก้าวผ่านไปยากที่สุกคืออะไร ? ต่างคนก็ต่างมีคำตอบที่อยู่ในใจแตกต่างกันออกไป บางคนบอกว่าความห่างไกลที่กั้นหัวใจไม่ให้เจอกันทุกวัน บางคนว่าครอบครัวที่ไม่เห็นด้วยกับความรักที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ บางคนคิดว่ามือที่สามที่มาแทรกตรงกลางระหว่างความรัก แต่มือที่สามอาจเป็นอุปสรรคที่หนักที่สุด เจ็บมากที่สุดก็ว่าได้ มันเป็นสิ่งที่ฝังใจนานที่สุก และไม่ว่าใครก็ตาม ที่เคยสูญเสียความรักเพราะมือที่สามา หรือกำลังที่จะสูญเสีย ย่อมเกิดความโกรธแค้นเป็นธรรมดา โกรธคนที่มาแย่งคนที่เรารักไป แต่จะมีใครที่คิดได้บ้างไหมว่า การสูญเสียความรักเพราะมือที่สามานั้นเราไม่ควรโกรธ แต่ควรขอบคุณคนเหล่านี้มากกว่า ที่ช่วยเป็นบททดสอบว่ารักของเราเป็นรักแท้หรือไม่ ขอบคุณที่ช่วยให้เราได้เปิดเผยนิสัยที่แท้จริงของคนที่เราคบว่าเขามี ซื่อสัตย์กับเรามากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเป็นรักแท้ อย่าว่าแต่มือที่สามเลย ต่อให้มือที่สี่ ห้า ก็ไม่สามารถทำอะไรกับความสัมพันธ์รักของเราสองคนได้ เหมือนกับประตูบานหนึ่งที่ปิดไว้อย่างแน่นหนา เปรียบเหมือนขวดน้ำที่ต้องมีฝาปิด หากไม่มีการเปิดโอกาสให้คนอื่นเขามาแทรกแซง คนอื่น ก็ย่อมไม่มีโอกาส คนที่เป็นมือที่สามา จึงไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหา คนความรักที่แท้จริง แต่คนที่เรารักต่างหากที่ไม่มีความซื่อสัตย์ และเป็นต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง มาถึงตรงนี้แล้วหากฉันถามคำถามเดิมว่าอุปสรรคของความรักที่ก้าวยากที่สุดคืออะไร ? หลายคนอาจหาคำตอบที่ตรงกันว่านั่นคือ ความซื่อสัตย์ ใช่ไหม และหากมีคนขอให้เราพูดประโยคสุดท้ายก่อนที่จะสูญเสียความรักครั้งนี้ไปให้กับมือที่สามา ก็สมควรที่จะพูดว่า ดีใจที่เลิกกัน และต้องขอบคุณมือที่สามนะที่ดึงเขาที่ไม่รักดีคนนี้ออกไปจากชีวิตของฉัน
ถ้าเราตกเป็นมือที่สามโดยไม่ตั้งใจ ถ้าให้เลือกระหว่างการตัดใจ กับ การรักต่อไป เราจะเลือกอย่างไหน ? มือที่สามคำ ๆ นี้ที่ใคร ๆ ก็คงไม่อยากเป็น เมื่อได้เจอคนที่รัก ก็อยากที่จะเป็นเจ้าของ แต่พอมารู้ทีหลังว่าเขามีเจ้าของอยู่แล้ว เราจะทำอย่างไง ในเมื่อเรารักเขามาก ระหว่าง
- การตัดใจเลิกรัก เลิกคบ เลิกติดต่อ ทุก ๆ อย่าง ทั้งที่เคยติดต่อกันอยู่ตลอด ทั้งที่ใจของเรานั้นรักเขามาก ไม่อยากจากเขา เราจะทำใจได้มั้ยกับคำว่าเลิกรา ที่เราจะบอกกับเขา ทั้งทีใจเราเองนั้นไม่อยากเลิก
- การรักต่อไป จะเป็นอย่างไรก็ช่าง จะเป็นกิ๊ก หรือเป็นมือที่สามา เราก็ยอมขอให้ได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาบางเวลา ก็ยังดี ขอให้ได้รัก แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายคนที่เขาจะเลือกคือแฟนเขาก็ช่าง แล้วทิ้งเราไป เราจะเลือกข้อไหนและเราจะทำอย่างไรต่อไป
|
|
Last Updated on Tuesday, 13 July 2010 21:56 |
|
Read more...
|
|
|
เข็มทิศชีวิต
|
|
Written by janjira
|
|
Sunday, 11 July 2010 22:19 |
|

วันนี้เป็นขอพูดถึงเรื่องความสมัครสมานสามัคคีเสียหน่อย จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ ก็วันนี้เป็นวันทำบุญหมู่บ้านทำให้ฉันเองรู้สึกอิ่มบุญ อิ่มทั้งกายและใจ วันนี้คงเป็นวันฤกษ์งามยามดีที่สมาชิกหมู่บ้านมาร่วมทำบุญกันอย่างหนาแน่น ทำให้ตัวของฉันเองรู้สึกภูมิใจกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจัง ไม่ว่าจะเป็นดูแลเรื่องประสานงาน นิมนต์พระ จัดเตรียมข้าวของที่จะใช้ในวันงานต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างจะเสร็จลุล่วงไปไม่ได้ถ้าคนทุกคนไม่มีส่วนร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ คนดูแลสวน และเจ้าหน้าที่รปภ. ที่ทุกคนต่างสมัครสมานสามัคคีกัน ช่วยเหลือกันและกันทำให้งานทำบุญหมู่บานในวันนี้เสร็จไปได้อย่างราบรื่น แม้ว่าในบางครั้งเราจะต้องเจออุปสรรคในการทำงานบ้าง แต่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง มากมายในการอยู่ร่วมกัน
ก่อนจะถึงวันงานทำบุญหมู่บ้าน 1 อาทิตย์ ทุกคนต่างแบ่งแยกหน้าที่กัน ว่าใครมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง ใครดูแลตรงไหน พอไกลถึงวันงานทุกคนต่างกังวลเหมือนกันว่าจะขาดเหลืออะไรไหม มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำอีกหรือเปล่า แต่เมื่อวันงานทำบุญมาถึงทุกคนก็ทำหน้าที่ของตนเองได้ดีเต็มกำลังความสามารถ ทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน ถึงแม้ว่าการทำงานในบางครั้งจะมีขาดตกบกพร่องบางแต่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้ได้มากขึ้นเมื่อนำมาพัฒนาในการจัดงานในครั้งหน้า ฉันเห็นสมาชิกหมู่บ้านมาร่วมทำบุญตักบาตรกันในวันนี้รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจอย่างไรบอกไม่ถูก เหมือนเป็นงานสังสรรค์อย่างหนึ่งที่สมาชิกทุกคนในหมู่บ้านได้มาพบปะพูดคุยโน่นนี่นั้นกัน วันนี้จึงเป็นวันที่ฉันอิ่มทั้งกายและก็ใจ ที่เห็นความสมัครสมานสามัคคีของคนในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นช่วยกันจัดสำรับอาหารคาวหวาน ช่วยกันไปรับพระ ช่วยกันจัดเตรียมส่งของต่าง ๆ มากมาย ช่วยกันหยิบโน่นจับนี้ ทำให้เสร็จสุล่วงไปได้ด้วยดี จึงทำให้เห็นความสามัคคี
|
|
Read more...
|
|
สุขภาพ (Healthy)
|
|
Written by สิงโต
|
|
Saturday, 10 July 2010 11:11 |

ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท
หลังจากหลายปีที่พูดกันว่าการทำคีโมเป็นทางเลือกเดียวที่จะลอง และใช้ในการกำจัดโรคมะเร็ง
ในที่สุดโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินส์ก็เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่นๆอีก
ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์
1. ทุกๆคนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลมะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล(1,000,000,000 เซล) เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้ว มันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอ จนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น
2. เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง
|
|
Last Updated on Saturday, 10 July 2010 11:15 |
|
Read more...
|
|
ความรัก
|
|
Written by สิงโต
|
|
Saturday, 10 July 2010 01:16 |
|
  
หลายๆ คนรู้มั้ยว่า.. ในโลกเรานี้มีประเทศไหนที่มีประชากรหน้าตาดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มๆ หรือสาวๆ เอะ.. แล้วประเทศไหนกันล่ะ ที่มีคนสวยๆ หล่อๆ เยอะที่สุด ไทยเรานั้นจะติดอันดับกับเค้าบ้างอะป่าวนะเนี่ย เพื่อนๆ คงอยากรู้กันแล้วสิท่า งั้นเรามาดูกัน.
**เกณฑ์ในการวัดความหน้าตาดีคือ** 1. ใบหน้า โครงหน้า ได้รูป สวย สมบูรณ์ 2. ดวงตาเปรียบดังอัลมอนด์ 3. ผิวพรรณสวยงาม 4. จมูกโด่งเป็นแท่งสันยาวสวยงดงาม 5. รูปร่างดีสมบูรณแบบ 6. ความมีเสนห์ ดึงดูด และ รังสีออร่า ที่แปล่งประกายออกมา 7. ไม่เคยผ่านการศัลยกรรม หน้าตาดีโดยธรรมชาติ แต่กำเนิด
|
|
Last Updated on Saturday, 10 July 2010 03:52 |
|
Read more...
|
|
ความรัก
|
|
Written by สิงโต
|
|
Friday, 09 July 2010 22:57 |
|
มุมมองความรักในแต่ละวัย นั้นแตกต่างกัน สาเหตุเนื่องมาจากความต้องการในแต่ละช่วงอายุของคนเราไม่เหมือนกัน ดังนั้นก่อนที่เราจะนำตนเองไปผูกพันกับใครอย่างจริงจังแล้วล่ะก็ ต้องศึกษาเรื่องของการเลือกคนที่จะมาใช้ชีวิตร่วมด้วยอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามในแต่ละช่วงวัย ความรักที่เข้ามาก็มีสีสันที่แตกต่างกัน เราก็ไม่ควรกลัวที่จะรักใครสักคน เพียงแต่ต้องรักแบบมีสติ เลือกอย่างฉลาด เพื่อตัวเราเองจะได้ไม่มาบ่นภายหลังว่า รู้อย่างนี้แล้วไม่แต่งกับมันหรอก
รักในวัยเรียน (อายุ 15 - 22 ปี)
Season Change


ความรักใสๆ น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคนวัยนี้ เนื่องจากช่วงนี้ยังไม่ต้องรับผิดชอบกับชีวิตตัวเองเท่าไร ดังนั้นอะไรๆ ที่ดูแช่มชื่น กุ๊กกิ๊กน่ารัก ก็มักจะดูดีไปหมด รักในวัยนี้ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้คิดอะไรมาก ดูดี ดูเท่ห์ เป็นพอ สิ่งที่นำมาพิจารณากันในหมู่วัยรุ่น เป็นอันดับต้นๆ คือ หน้าตาและรูปร่าง เป็นอันดับ 1 อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสนุก เฮฮา เป็นอันดับที่ 2 ฐานนะทางบ้านดี เป็นอันดับที่ 3 ฉลาดเรียนเก่ง เป็นอันดับที่ 4 คนในวัยนี้มักจะสนุกกับการได้เป็นผู้ที่เลือกมากว่าเป็นผู้ที่ถูกเลือก คือ ฉันจะรักคนๆ นี้ ทั้งๆที่เขาคนนั้น อาจไม่ได้สนใจในความรู้สึกของฉันเลย เป็นความรักแบบหลงไหล แอบปลื้ม แค่คิดถึงนึกถึงก็มีความสุขแล้ว ดังนั้นรักในวัยเรียนจึงมองที่ภาพภายนอกเป็นหลักใหญ่ แล้วคิดว่า หากได้คบกันเราคงจะปรับตัวเข้าหากันได้ ซึ่งหากช่วงนี้ใครได้เจอคนที่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ก็โชคดีจริงๆ หลายคู่ที่มีความรักในวัยเรียนมักจะมักจะเจอกับปัญหาในช่วงหลังของการแต่งงาน แล้วก็มานั่งบ่นว่า "ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้นะ ไม่แต่งด้วยหรอก หล่ออย่างเดียว แก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย หรือ สวยอย่างเดียว ทำไรไม่เป็นเลย" แต่ความรักในวัยนี้ดูจะมีสีสันและมีความสุขที่สุด ก็อย่างว่าอ่ะนะ เพราะวาปัญหาที่ต้องแบกรับยังไม่ค่อยมีเท่าไร จึงเพ้อฝันไปได้เรื่อยๆ อย่างไรก็ตามหากใครอย่างอยู่ในวัยนี้ ก็ขอให้มีความรักที่มีความสุข แต่อย่างเพิ่งพลาดพลั้งเสียที ผูกมัดจนไม่อาจแก้ไขได้ เพราะชีวิตยังมีเรื่องราวให้แบกรับอีกเยอะ ดังนั้นต้องดูในภาพรวม
|
|
Last Updated on Saturday, 10 July 2010 12:25 |
|
Read more...
|
|
|
<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>
|
|
Page 10 of 20 |