|
สุขภาพ (Healthy)
|
|
Written by janjira
|
|
Thursday, 02 September 2010 19:26 |
|

สวัสดีค่ะ วันนี้อากาศดีอะไรหลาย ๆ อย่างก็ดูดีไปหมด งานที่ได้รับมอบหมายก็ทำเสร็จตามที่คาดหวังไว้ วันนี้หลังจากกลับจากที่ทำงาน อาบน้ำ กินข้าว เสร็จเรียบร้อยเลยมีเวลามานั่งเช็ด Mail นั่งเล่นไปเรี่อย ๆ ก็มาเจอข่าวดาราท่านหนึ่งที่เป็นดาวร้ายที่ฉันชอบมากที่สุด นั่นคือ โอ๋ ภัคจิรา ทุกคนคงติดตากับภาพของนางร้ายในจอทีวี แต่วันนี้น่าสงสารเธอเอามาก ๆ เพราะวันนี้เธอป่วยเป็นโรค มัยแอสทีเนีย กราวิส (myasthenia gravis) หรือเรียกว่า 'โรคเอ็มจี' เป็น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อเล็กๆ บริเวณใบหน้า ผู้ป่วยมีอาการหนังตาตก ถ้าเป็นมากอาจจะมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อทั้วตัว รวมทั้งกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการหายใจ ผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรงทั่วๆ ไป กลืนลำบาก สำลักอาหาร ถ้าเป็นมากอาจถึงกับหายใจไม่ได้ ลักษณะสำคัญของโรคนี้คือ เป็นโรคเรื้อรัง อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อเป็นๆ หาย ๆ เลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคนี้มาให้ท่านผู้อ่านได้เอาไว้เป็นความรู้หรือมีใครที่รู้จักกำลังป่วยเป็นโรคนี้จะได้นำไปแนะนำได้ค่ะ
จากชื่อโรคข้างต้น เชื่อว่าหลายคนคงไม่คุ้นกับชื่อโรคนี้มาก่อน แต่เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน มีการปรากฏชื่อโรคนี้บนหน้าจอที่วีเป็นการสัมภาษณ์ของดาราดาวร้ายชื่อดัง และก็มีการถามไถ่กันมาพอสมควรว่าโรคดังกล่าวนี้คืออะไร ฉะนั้นวันนี้เราตามไปดูกันว่าลักษณะของโรคนี้เป็นอย่างไรโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส คืออะไร
คำว่า ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส ไม่ใช่โรคของกล้ามเนื้อโดยตรง แต่เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ประสาทนำคำสั่ง แล้วส่งผลทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเนื่องจากขาดเซลล์ประสาทนำคำสั่งมาควบคุม ซึ่งเซลล์เหล่านี้มีอยู่ในไขสันหลังและสมอง โดยที่เซลล์ประสาทนำคำสั่งเหล่านี้ค่อยๆ เกิดการเสื่อมและตายไปในที่สุด โรคเอแอลเอสเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของ เซลล์ประสาทนำคำสั่ง จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "โรคของเซลล์ประสาทนำคำสั่ง (motor neuron disease; MND) หรือ โรคเซลล์ประสาทนำคำสั่งเสื่อม"
|
|
Last Updated on Thursday, 02 September 2010 19:33 |
|
Read more...
|
|
|
ความรัก
|
|
Written by janjira
|
|
Wednesday, 01 September 2010 20:01 |
|

สวัสดีค่ะเคยพูดกันไปแล้วนะค่ะ สำหรับเรื่องความรักกับคิดทำร้ายตัวเอง แล้ววันนี้ก็ต้องนำมาพูดและโพสต์บทความกันอีกครั้ง เช้าวันนี้วันที่อากาศแจ่มใสพร้อมที่จะออกไปดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติเหมือนดังเคย กับต้องมาได้รับข่าวร้ายจากคุณแม่เพื่อนสนิท แม่เพื่อนโทรมาบอกว่า”ใหม่” เพื่อนสนิทตอนเรียนมัธยมด้วยกันได้เสียชีวิตลงแล้ว ด้วยการฆ่าตัวตายโดยการกินยาล้างห้องน้ำ เหตุเพราะทะเลาะกับแฟน พอได้ฟังเท่านั้นเองหัวใจของคนเป็นเพื่อนคนนี้ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ้ม พูดไม่ออกเลยจริง ๆ ค่ะ ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาพอประสบกับเพื่อนสนิทของตัวเอง
เมื่อก่อนฉันก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไหมการรักใครสักคนเราต้องทำร้ายตัวเองด้วยหรือ เราทำให้เพื่อให้เขาเจ็บปวดหรือว่าคิดอยากจะเอาชนะกัน แต่นั่นไม่ก็คงไม่ใช่เหตุและผลที่สำคัญ เราอยากที่จะเห็นคนที่เรารักร้องไห้ใช่ไหม พยายามทุกอย่างที่ให้คนรักของเราสำนักผิดแต่นั่นมันคงเป็นไปไม่ได้หรอค่ะ ฉันเชื่อมั่นแบบนั้น ถึงแม้ว่าตัวเราเองจะพยามยาทำให้เขาหันกับมาสนใจ แต่มันก็คงเปล่าประโยชน์ในวันนี้ วันที่หัวใจของเขาไม่มีเราแล้ว แต่กับมีใครอีกคนเขามาแทนที่เรา แล้วเราจะยังอยู่รับความเจ็บปวดนั้นอีกหรือ ไม่เจ็บบางหรือค่ะที่เห็นน้ำตาของคนที่รักเรา เห็นสีหน้าเจ็บปวดหรือเศร้าหมองของคนที่รักเราในยามที่ต้องเสียเราไป แล้วเราล่ะจะเจ็บบางไหมถ้าเราต้องสูญเสียคนที่เรารักไปจากชีวิตจากไปโดยไม่มีวันย้อนกับมาได้
ตัวของฉันเองก็เคยอยากเอาชนะและเคยโดนแกล้งให้ต้องเจ็บปวด ตอนที่ฉันอยากจะเอาชนะเขา เมื่อรู้ตัวเองว่าชนะเขาก็เดินจากฉันไปแล้ว เพราะเขารู้สึกผิดและเหนื่อย และมีบางครั้งที่ฉันโดนแกล้งเพื่อให้ร้องไห้ ฉันก็เหนื่อยจนอยากหยุดและเดินออกมาตอนนี้ฉันเขาใจแล้วล่ะว่ามันเจ็บขนาดไหน ฉันจะต้องทำให้เขาหึงด้วยการเข้าสนิทกับคนอื่น ๆ การพูดเปรียบเทียบระหว่างเขากับแฟนเก่าบาง หรือการบอกเลิกเพื่อให้เขามาง้อฉันบาง และให้เขาร้องไห้ บางทีอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง มันก็ไม่ได้เป้นอย่างที่เราคิดและต้องการเสมอไป ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีขีดจำกัดของมัน ทุกคนย่อมมีขีดจำกัดของความอดทน มีเรื่องบางเรื่อง ใคร ๆ คงไม่ยอมเสียเวลาให้มัน เพราะบางทีอาจไม่ทันได้เห็นน้ำตาเขาเลยด้วยซ้ำไป เพราะเขานั้นเดินจากเราไปเสียก่อน และเราเองที่ต้องเห็นน้ำตาตัวเอง อย่าคิดทำร้ายตัวเองอีกเลย ให้คิดถึงคนที่อยู่ข้างหลังเราบางว่าเขาจะเสียใจเช่นไรที่เราคิดสั้นกับอีกแค่ผู้ชายที่ไม่เอาไหนคนเดียว อย่าให้คนที่รักเราต้องมีเสียใจ เพราะคำว่าขอโทษบางทีคงใช้ไม่ได้กับเหตุการณ์เดิม ๆ มันก็คงเป็นเพียงคำที่ไม่มีความหมายอีกต่อไป เวลาที่เราเหงา เศร้า เจ็บปวดและมีน้ำตาใครล่ะที่คอยอยู่เคียงข้างเราเสมอไม่ใช่คนในครอบครัวหรือที่อยู่ข้างเรา อย่าให้หวังดีคืกล้ายเป็นประสงค์ร้าย จะมีใครบางที่ทนเห็นคนที่ตัวเองรักเจ็บปวดและร้องไห้ ขอให้ทุกคนรักคนที่เขารักเราจะดีกว่า อย่าคิดทำร้ายตัวเองเมื่อวันที่เราผิดหวัง คิดขอให้คิดเสียใหม่นะค่ะกับการคิดทำร้ายตัวเองเพื่อใครคนหนึ่งที่ไม่รักเราแล้ว ฉันเชื่อว่าคนที่ทำร้ายตัวเองไม่ใช่คนโง่หรอค่ะ แต่เรียกว่าว่า คนไม่ดี คิดดูนะค่ะว่าเลือดเนื้อทั้งหมดของเราใครเป็นคนสร้าง ต้องสร้างบุญอีกซักกี่ภพกี่ชาติถึงมีอวัยยะเป็นตัวเป็นตนถึงขนาดนี้ได้ แค่เพราะความคิดและความรู้สึกเพียงชั่ววูบ จากความผิดหวังมันทำให้เราถึงกับขนาดคิดทำลายตัวเอง ถามตัวเองหน่อยนะค่ะว่า ตอนที่เราร้องไห้เพราะใคร เพราะอะไร เพราะอกหัก เสียใจ หรือถูกหลอกถูกเขาทิ้ง ร้องไห้มากขนาดนี้ยังเจ็บไม่มากพอใช่ไหค่ะ เหตุผลหนึ่งที่ฉันคิดว่าคนคิดทำร้ายตัวเอง ทำเพื่อ
|
|
Last Updated on Thursday, 02 September 2010 18:42 |
|
Read more...
|
|
ข้อคิดดีๆ (Positive Thinking)
|
|
Written by janjira
|
|
Tuesday, 31 August 2010 17:01 |
|

สวัสดีค่ะวันนี้ขอโพสต์บทความดี ๆ อีกซักบทความหนึ่งเกี่ยวกับการวิธีเลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เอาแต่ใจตัวเอง เพราะเมื่อวานลูกเพื่อนมาเที่ยวบ้านฉัน เห็นแล้วรู้สึกเหนื่อยและท้อแทนเพื่อนจริงค่ะ ลูกทั้งดื้อทั้งซนแถมยังเอาแต่ใจตัวเองอีกตั้งหาก แต่อย่างว่าล่ะค่ะก็เพื่อนฉันไม่ได้เลี้ยงเองนี่ค่ะ ตายายเลี้ยงบ้าง ปู่ย่าเลี้ยงบ้าง บางทีก็อยู่กับพี่เลี้ยง เพื่อนฉันเองแทบจะไม่มีเวลาได้เลี้ยงเองเท่าไร ต่างคนต่างเลี้ยงนิสัยก็เลยแตกต่างกันออกไป ลืมบอกไปค่ะเพื่อนฉันคนนี้ชื่อส้ม มีลูกฝาแฝด ได้ยินคนที่เป็นพ่อแม่หลายคนบ่นลูกๆของตนว่า ดื้อ ไม่เชื่อฟัง ขี้เกียจเรียน ชอบเที่ยวกับเพื่อน ฟุ้งเฟ้อตามกระแส ใช้จ่ายไม่ประหยัด วันนี้ก็เลยนำวิธีการเลี้ยงลูกไม่ให้เอาแต่ใจตัวเองมาฝากกัน ได้ยินแต่ละปัญหาแล้วกลุ้มใจและเห็นใจแทนจริง ๆ ค่ะ
|
|
Last Updated on Wednesday, 01 September 2010 11:45 |
|
Read more...
|
|
ข้อคิดดีๆ (Positive Thinking)
|
|
Written by janjira
|
|
Tuesday, 31 August 2010 13:55 |
|

เพื่อนในความหมายของใครหลายคนนั้นคืออะไร ในวันนี้เรามาโพสต์บทความดีเกี่ยวกับเพื่อนกัน อยากรู้ว่าความหมายของเพื่อนของใครหลายคนนั้นหมายถึงอะไร ในความหมายของคำว่าเพื่อนของฉันนั้นก็คือ เพื่อนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่สนิทกันมากกว่าเพื่อน ๆ ทั่วๆ ไป ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างแตกต่างกันออกไปหรือมีอะไรที่คล้ายกับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น ๆ ถึงจะมาสนิทกันได้ บางทีอาจจะเป็นนิสัยที่เหมือนกัน หรืออาจไม่ใช่หน้าตา และไม่ฐานะ ไม่ใช้ระดับความรู้ แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ต้องเป็น คือคนนี้เท่านั้นที่มี บางครั้งเราก็ย่อมที่จะไม่เที่ยว นั่นเป็นเพียงเพราะว่าเพื่อนไม่ยอมไปด้วย บางครั้งนั่งเงียบอยู่คนเดียวตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้าเพื่อนน้ำตาที่กลั่นเอาไว้ตั้งนานกลับไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว มีบางครั้งที่ได้ยินเสียงหัวเราะของเพื่อนเราก็อยากหัวเราะให้ดังกว่า บางครั้งร้อยล้านคำปลอบใจจากใครบางคนอาจไม่เท่าคำปลอบใจคำเดียวของเพื่อนรัก และยังอุ่นใจได้ไม่เท่ามือและไหล่ที่ให้เราได้ซบอิง ชอบคำที่เพื่อนชอบพูดเสมอว่า “ เราไม่ได้เป็นแค่เพื่อน แต่เราเป็นตั้งเพื่อนต่างหาก” เพราะเพื่อนมีความสำคัญสำหรับฉันมาก ๆ มากจนบางครั้งแยกไม่ออก เอาไปเปรียบเทียบกับแฟนว่าเพื่อนนั้นสำคัญกว่าทั้ง ๆ ที่มันคนละคนกันเลย แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก เพื่อนจะกล้ายเป็นส่วนเกินของใครหลาย ๆ คนก็ว่าได้ เพื่อนจึงกล้ายเป็นคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่ต้องพูดอะไรสักคำ แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันนับล้านทุกคนว่าจริงไหม เพื่อนคือคนที่เมื่อเรามีความสุข เราไม่เห็นเพื่อนอยู่ในสายตา แต่เมื่อวันใดที่ทุกข์เพื่อนจะไม่มีวันปล่อยให้เราล้มอยู่คนเดียว ไม่ว่าเราจะไปเจ็บมาจากไหน
|
|
Last Updated on Wednesday, 01 September 2010 11:50 |
|
Read more...
|
|
ข้อคิดดีๆ (Positive Thinking)
|
|
Written by janjira
|
|
Monday, 30 August 2010 19:38 |
|
สวัสดีค่ะก่อนอื่นต้องขอโทษท่านผู้อ่านทุก ๆ ท่านก่อนเลยนะค่ะ ที่เมื่อวานไม่ได้เข้ามาโพสต์ข้อความดี ๆ ให้ได้อ่านกัน พอดีเมื่อวานมีประชุมหมู่บ้าน กับมารู้สึกว่าเหนื่อยและเพลียมาก เลยอาบน้ำแล้วรีบเข้านอนพักผ่อนเอาแรงเสียหน่อย ตื้นเช้าไปนิดหนึ่งเลยเพลีย จำได้ไหมค่ะว่าวันก่อนฉันได้พูดถึงเพื่อนคนหนึ่งที่ชื่อฝนที่บอว่าเธอกำลังจะไปทำแท้ง หลังจากวันนั้นเพื่อนฝนคนนี้ก็โทรมาฉันเมื่อเช้านี้เองว่า ตอนแรกฉันนึกว่าฝนจะโทรมาบอกข่าวร้ายว่าเธอไปทำแท้งแล้ว แต่กับเป็นข่าวดีสำหรับฉันและครอบครัวของฝน ฝนตัดสินใจจะเก็บเด็กไว้ ฝนบอกกับฉันว่าฝนรู้แล้วว่าคำแม่นั้นเป็นอย่างไร เธอเคยทำผิดพลาดมาแล้วครั้งหนึ่งครั้งนี้เธอตัดสินใจจะไม่ทำมันอีก ฝนเล่าให้ฟังว่า หลังจากวางสายจากฉันในวันนั้น ฝนกับไปคิดทบทวนอีกครั้ง ฝนตัดสินใจบอกพ่อกับแม่และคนในครอบครัวเธอ ตอนแรกฝนนึกกลัวว่าพ่อกับแม่จะโกรธเธอ แต่คำตอบที่พ่อกับแม่ คือ “ไม่เป็นไรลูก หลานคนเดียวพ่อกับแม่เลี้ยงได้ พ่อมันไม่รับผิดชอบก็ไม่เป็นไร แต่แม่ไม่อยากให้ลูกทำบาปอีก แม่ดีใจเสียอีกที่พ่อกับแม่จะเป็นตากับยายแล้ว ไม่เป็นไรนะฝน” ฝนได้ฟังคำจากผู้เป็นพ่อแม่ถึงกับน้ำตาไหลที่ เขาเคยทำผิดกับพ่อแม่ตั้งหลายครั้งแต่ท่านทั้งสองกับให้อภัยเสมอ ไม่เคยนึกโกรธเกลียดเธอเลย จะมีซักกี่คนที่รักและหวังดีกับเธอได้ถึงเพียงนี้ ความเป็นแม่พุกเข้ามาในสมองของเธอทันที เธอยังคิดในใจเลยว่าถ้าเธอคิดทำร้ายลูก ชีวิตของเธอจะเป็นเช่นไร และถ้าวันนี้เธอไม่บอกพ่อกับแม่ แล้วไปทำแท้งจะเป็นเช่นไร เธอเอามือน้อย ๆ ของเธอรูปไปที่ท้องแล้วพูดกับตัวเองว่า “แม่สัญญานะลูกว่าแม่จะเลี้ยงหนูให้ดีที่สุด เหมือนที่ตากับยายของหนูเลี้ยงแม่มา ถึงพ่อของหนูจะไม่รับหนูเป็นลูกของเขาก็ตาม “ ฉันได้ฟังแล้วดีใจมากที่เพื่อนคนนี้ของฉันคิดได้ เลยถามฝนกับไปว่า “แล้วเรื่องเรียนของเธอล่ะฝน “ ฝนตอบกับมาว่า” ฝนจะหยุดเรียนไปก่อนซักปีหนึ่ง แล้วค่อยเรียนต่อใหม่ ระหว่างนี้ฝนจะหางานทำหรือไม่ก็ช่วยพ่อกับแม่ขายของอยู่กับบ้านไปก่อน ฝนขอบคุณมากนะที่ทำให้ฝนคิดได้ ทำให้ฝนได้คิดอะไรได้อีกตั้งมากมาย ถ้าไม่มีใครเตือนสติวันนั้น ปานนี้ฝนไม่รู้เลยว่าฝนจะเป็นอย่างไร “ ฝนเชื่อแล้วล่ะว่าการเป็นพ่อเป็นแม่คนนั้นเป็นอย่างไร ฝนเข้าใจแล้วด้วยว่าที่พ่อแม่ห่วงเราหนักหนาเป็นเพราะอะไร ฝนสัญญาว่าฝนจะเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด ฝนจะเอาความผิดพลาดในครั้งนี้เอาไว้เป็นบทเรียนสอนลูกต่อไป
|
|
Last Updated on Tuesday, 31 August 2010 08:03 |
|
Read more...
|
|
|
|
|
<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>
|
|
Page 2 of 21 |