|
ความรัก
|
|
Written by janjira
|
|
Wednesday, 23 June 2010 22:16 |
|

ภาพความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับคนบางคน โดยเฉพาะคนที่มีความรักและมันคงเป้นช่วงเวลาดีๆ ที่ใครบางคนมอบให้กับคนที่ รัก ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนหวงแหน ต้องระลึกไว้ในความทรงจำ ต้องถนอมดูแลให้เป็นอย่างดี ฉันเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยมีภาพแห่งความทรงจำดีๆ เหล่านั้น ถึงแม้ว่าภาพแห่งความทรงจำในวันนั้นฉันจะยังตัดใจมันไม่ได้ซักเสียที ในวันนี้ เพราะว่ามีความสุขกับการได้คิดถึงอะไรดีๆที่ผ่านไป โดยลืมนึกไปว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้วจะไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้อีก หากจะต้องตัดใจลืมหรือเดินจากอดีตมาก็ไม่ได้อีก เพราะเหตุผลที่ว่า “เสียดายเวลา” ที่คบกันมา
หลาย ๆ คนหรือใครบางคนคบกันมานานจนแทบจำไม่ได้ว่า เคยยิ้มให้กับความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เพราะหลังๆ มาก็อยู่แต่กับความทุกข์ จนนึกภาพความสุขไม่ออก แต่ที่ไม่กล้าเลิกเพราะยังคิดถึงวันเก่าๆ แค่เสียดายเวลาที่คบกันมาเนิ่นนาน โดยไม่คิดเลยว่า ทุกๆวันของวันนี้ พรุ่งนี้และวันต่อๆไป ก็จะกลายเป็นเพียงวันเก่าๆ ที่น่าเสียดาย และ…เวลาที่น่าเสียดายก็จะเพิ่มขึ้น และจริงๆ แล้ว วันคืนในอดีต ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับเราเลย นอกจากมีไว้ให้ นึ ก ถึ ง อาจจะทำให้เรายิ้มได้บ้าง แต่ทำให้เราคาดหวังไม่ได้
|
|
Last Updated on Friday, 09 July 2010 09:43 |
|
Read more...
|
|
|
สุขภาพ (Healthy)
|
|
Written by janjira
|
|
Wednesday, 23 June 2010 21:51 |
|

สวัสดีค่ะคราวที่แล้วได้บอกถึงวิธีการปลุกถ่ายไขกระดูกสันหลังไปแล้วนะค่ะ วันนี้ฉันเองจะมาเล่าถึงประสบการณ์ซึ่งเป็นนาทีแห่งชีวิตครั้งหนึ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะรอดมาได้ถึงทุกวันนี้
ฉันจำได้ดีว่าวันไหนเป็นวันสอบปลายภาควันสุดท้ายของช่วงชั้นปีที่ 2 ตอนเช้าฉันก็อาบน้ำแต่งตัวไปสอบตามปกติเหมือนทุก ๆ แต่วันนั้นฉันรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเท่าไร แต่ก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไรพอสอบเสร็จก็จะได้รีบกลับบ้าน แต่นั่งสอบก็รู้ตัวเองว่าเวียนหัวมาก อยากสอบให้เสร็จ ๆ แล้วกลับบ้าน พอออกจากห้องสอบ เพื่อน ๆ ทักว่าทำไมหน้าซีดจัง ก็เลยบอกไม่เป็นขอบคุณนะที่เป็นห่วง ก็รีบกลับบ้านแต่พอเดินมาซักพักรู้สึกว่าตัวเองหน้ามืดจะเป็นลม เลยนั่งพัก แล้วก็คิดว่าจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่พอจะเดินรู้ตัวเองว่าคงไม่ไหวแน่ เลยตัดสินใจนั่ง Taxi กลับบ้าน แต่ระหว่างทางโทรบอกแม่ว่าไม่สบายกำลังจะกลับบ้านแล้ว แต่รู้ตัวว่าไม่ไหวแน่เลยให้ Taxi ไปส่งที่โรงพยาบาลเลย พอไปถึงก็ขอรถนอนเพราะรู้ตัวว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว ระหว่างนั้นแม่ก็มาถึงพอดี พยาบาลรีบพาฉันเข้าห้องฉุกเฉินเป็นการด่วน เพราะตอนนั้นฉันซีดมาก ไม่มีแม้แต่แรงจะพูดบอกอาการกับหมอและพยาบาล หมอดูอาการแล้วคิดว่าแย่แน่เลยให้สายออกซิเจนและสั่งจองเลือดเป็นการด่วน ตอนนั้นฉันไม่รู้สึกตัวอีกแล้ว มารู้ตัวอีกทีก็อยู่ในห้องพักฟื้นแล้ว แม่บอกว่าเกร็ดเลือดของฉันต่ำมาก ต้องให้เลือดโดยด่วน และตอนนั้นไม่รู้ว่าฉันอะไรต่อสายอะไรอยู่เต็มตัวฉันไปหมด พอจะลุกจากเตียงก็หน้ามืด เวียนหัว ทำอะไรไม่ได้เลยได้แต่นอนอย่างเดียว รอได้สั่งพักพยาบาลก็นำเลือดมาให้แต่พอให้เลือดไปได้ซัก 2 ถึง 3 นาที ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองหายไม่ออก อาเจียน หนาว ๆ ร้อน ๆ ไปหมดทั้งตัว พยาบาลรีบตามหมอโดยด่วน แม่บอกว่าฉันซ็อตหมดสติไปเลย แม่บอกว่าหมอปั้มหัวใจอยู่นาน ในใจของแม่ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเลย พยาบาลออกมาบอกกับแม่ให้เตรียมทำใจเพราะน้องเกร็ดเลือดต่ำมากแล้วเลือดที่ให้น้อง น้องก็แพ้อีก ทำให้แม่ถึงกับทรุดนั่งลงร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก แม่โทรตามญาติเพื่อให้มาดูใจฉันเป็นครั้งสุดท้าย แต่แล้วเสี้ยววินาทีแห่งชีวิต หมอก็ปั้มหัวใจฉันขึ้นมาได้
|
|
Read more...
|
|
เข็มทิศชีวิต
|
|
Written by janjira
|
|
Monday, 21 June 2010 20:48 |
|

ชีวิตของคนบางคนมีพร้อมทุกอย่าง บางคนพร้อมจนคิดว่ามันมากเกินไป แต่ทุกคนเชื่อไหมว่า ท่ามกลางความพร้อมเหล่านั้น อาจมีความรู้สึกอ้างว้างเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลก แต่วันหนึ่งได้พบว่าตัวเราเองขาดความอบอุ่น ขาดความรัก เงินที่มีอยู่มากมายมันไมได้มีความหมายเท่ากับความอบอุ่นที่แท้จริงเลย จนมาวันนี้เป็นวันที่เรียกได้ว่าไม่เหลือสมบัติเลยซักชิ้น แต่เชื่อไหมว้ามันกับเป็นวันที่มีความสุขใจมาก เราได้เข้าใจชีวิต ได้เรียนรู้ว่าคนเราจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อได้มอบความสุขให้กับคนรอบข้าง รู้จักแบ่งปัน รู้จักการให้อภัย และพร้อมที่จะเข้าใจคนที่เรารักและทุก ๆ คนที่อยู่รอบข้างตัวเรา ส่งเหล่านี้ซื้อด้วยเงินไม่ได้ นั้นคือความสุขและความรักจากคนในครอบครัว การที่ทุกคนในครอบครัวรู้จักแบงปันกัน รู้จักที่จะให้อภัยต่อกัน รู้จักที่จะมอบความรักให้แก่รัก ตั้งคติประจำใจที่ฉันใช้ยึดถึอจนทุกวันนี้ คือ
"การเป็นผู้ให้ยอมจะมีความสุขกว่าการเป็นผู้รับเพียงอย่างเดียว"
|
|
Last Updated on Monday, 21 June 2010 20:52 |
|
ไพ่ยิปซี
|
|
Written by สิงโต
|
|
Tuesday, 22 June 2010 00:00 |
|

ตัวผมเองนั้นได้คลุกคลีกับไพ่ยิปซี มากว่า 10 ปีแล้วครับ อาจด้วยความบังเอิญหรือพรหมลิขิต ก็ไม่ทราบทำให้ผมต้องมารับรู้เรื่องราวความมหัศจรรย์นี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถึงแม้ว่าในส่วนตัวนั้นจะมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์ อยู่พอตัวแต่อย่างว่าล่ะครับ เรื่องแบบนี้ใครไม่เจอกับตัวเองก็คงไม่รู้ (อาชีพหลักผมเป็นวิศวกรโยธาครับ จบ.โท ด้านวิศวกรรมขนส่ง ทำงานด้านงานออกแบบถนน )
หากถามว่าทำไมถึงได้มาศึกษาดูไพ่ยิปซี คงจะต้องตอบว่า มันเป็นความบังเอิญและอยากที่จะทดสอบความมหัศจรรย์ของไพ่ต่างหาก เริ่มต้นจากเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วที่ได้ไปออก Site ดูงานเพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวการออกแบบระบบคันคูน้ำให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรแถวจังหวัดอุดรธานี และขอนแก่น วันที่กำลังจะกลับกรุงเทพ ผมรอรถตู้ที่จะนำพวกเรากลับกรุงเทพอยู่นาน ภายในห้างแห่งหนึ่งในขอนแก่น บังเอิญเห็นมีคนยืนต่อแถวเพื่อทำอะไรสักอย่างเป็นแถวยาวประมาณ 10 กว่าคน จึงเดินเข้าไปถาม เขาบอกว่ามารอคิวดูหมอ แต่ตอนนี้หมอยังไม่มา หลังจากรอได้สักพักหมอก็มา เนื่องจากรอรถนานมากเลยลงชื่อดูบ้างแก้เซ็ง และอยากรู้ว่าทำไมจึงมีคนมารอกันเยอะ เขาจะดูแม่นจริงๆ หรอ เมื่อถึงคิวผมหมอดูท่านนั้นซึ่งมีอายุมากกว่าผมเพียงแค่ 2-3 ปี ก็เริ่มดำนายดวง และเริ่มทักว่าผมมีสัมผัสพิเศษ เคยเห็นภาพแปลก ได้เย็นเสียงในหูบ่อยๆ ใช่หรือไม่ ผมตอบว่าใช่ และผมก็บอกว่าผมกลัว เขาบอกผมว่าผมสามารถที่จะเรียนรู้การพยากรณ์ได้ และหากศึกษาด้านนี้จริงๆ ก็จะทำนายได้อย่างแม่นยำ ผมบอกกับเขาว่า มีหมอดูบอกผมหลายคน มีคนทักเยอะ แต่เคยพยายามอ่านหนังสือแล้วแต่จำไม่ได้สักที เขาบอกให้ผมลองศึกษาความมหัศจรรย์ของไพ่ยิปซี เขาบอกว่าอย่างผมไม่ต้องศึกษามากก็สัมผัสได้ เพราะดวงผมมาทางนี้อยู่แล้ว เขาบอกว่าผมเห็นไพ่แล้วรู้สึกอย่างไรก็ให้พูดไปอย่างนั้น ลองดู จากนั้นจึงค่อยๆ ศึกษาเพิ่มเติม
|
|
Last Updated on Saturday, 03 July 2010 00:07 |
|
Read more...
|
|
เข็มทิศชีวิต
|
|
Written by janjira
|
|
Monday, 21 June 2010 20:27 |
|

หลายคนแสวงหาความสุขและความรักนอกบ้าน กับเพื่อน ๆ ในผับและตามสถานบันเทิงต่าง ๆ โดยลืมที่จะหันมามองว่าความสุขและความรักที่แท้จริง คือความรักของคนในครอบครัว แต่เมื่อเราทำเรื่องที่เลวร้ายที่ผิดพลาดมากที่สุดในชีวิต ครอบครัวจะเป็นอ้อมกอดที่โอบอุ้มเราไว้ ไม่มีครอบครัวไหนที่จะสมบูรณ์แบบและไม่มีครอบครัวไหนที่จะไม่เคยมีปัญหา แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะคิดในแง่มุมไหนมากกว่ากัน เราเลือกที่จะคิดในมุมที่จะสร้างความสุขและความรักให้กับจิตใจของเราเอง หรือเลือกที่จะคิดสร้างปัญหาให้มันลุกลามมากยิ่งขึ้น
บ้าน บ้านจะเป็นที่พักพิงสุดท้าย ที่คอยต้อนรับเราอยู่เสมอ ไม่ว่าบ้านเราจะมีสภาพเป็นคฤหาสน์หรือเป็นเพิงข้างถนนธรรมดา ไออุ่นที่คนเราโหยหามาตลอดไม่ได้อยู่ที่ไหนเลยค่ะ มันอยู่ที่บ้านของเราเอง |
|
Last Updated on Monday, 21 June 2010 20:30 |
|
|
<< Start < Prev 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 Next > End >>
|
|
Page 14 of 20 |