Tuesday 07 Feb 2012
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default style
  • blue style
  • red style
  • yellow style
Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ PDF Print E-mail
Custom Search
Written by สิงโต   
Sunday, 13 December 2009 13:44

 

 

          เมื่อย่างเท้าเหยียบเมืองนี้ครั้งแรก ทำให้นึกถึงคนที่ผมรักเกือบทั้งหมด อยากให้พวกเขามาด้วยจัง อาจจะเป็นเพราะ
ผมชอบน้ำกระมัง เมื่อมาอยู่ในเมืองที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึง 1 เมตร และเต็มไปด้วยคูคลอง ประกอบกับอากาศสบายๆ
ทำให้อยากอยู่ที่นี่สัก 1 อาทิตย์( 1เดือน ยิ่งดี)  ผมชอบบ้านเรือนที่นี่ครับ ดูเป็นระเบียบและมีสีสันดี สิ่งที่พลาดไม่ได้ในการมาเยือน
ที่นี่คือการนั่งเรือชมวิวสองฝั่งคลอง อ้อแล้วที่สำคัญอย่าลืมไปนั่งรถม้าแถว City Hall ด้วยนะครับ ไหน ๆ ก้อมาแล้ว

          อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเทล (Amstel) เริ่มก่อตั้ง
ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์ มีประชากรในเขตตัวเมืองประมาณ 742,000 คน แต่ถ้า
นับรวมประชากรในเขตเมืองโดยรอบทั้งหมด จะมีประมาณ 1.5 ล้านคน (ข้อมูลปี 2005)  อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองศูนย์กลางทาง
ประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป โดยเฉพาะช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงยุคทองของเนเธอร์แลนด์ 
ถึงแม้อัมสเตอร์ดัมจะเป็นเมืองหลวงของประเทศ แต่ศูนย์กลางของหน่วยงานรัฐบาลนั้นอยู่ที่เมืองเฮก นะครับ ชาวเนเธอร์แลนด์
ใช้ภาษาดัตช์ (Dutch) และพูดได้หลายภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ใช้เงินยูโร (Euro) 1 ยูโร ประมาณ 46 บาทขึ้นอยู่กับ
อัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้น

         “อัมสเตอร์ดัม” ชื่อนี้มีที่มาอันน่าสนใจ มาจากคำ 2 คำ คือ อัมสเตล หมายถึง แม่นํ้าอัมสเตล บวกกับคำว่า ดัม ที่แปลว่าเขื่อน
ซึ่งเมื่อรวมความแล้วก็หมายถึง “เขื่อนที่อยู่ริมเเม่นํ้าอัมสเตล” อันมีจุดกำเนิดมาตั้งแต่ตอนต้นศตวรรษที่ 13 อัมสเตอร์นั้นถือว่าเป็นเมือง
ที่มีลักษณะพื้นที่เป็นเกาะ มีคูคลองล้อมรอบเมืองถึง 4 ชั้น ที่ถูกขุดขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 17 มีความยาวรวมกันกว่า 100 กม. เพื่อใช้
เป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้า รวมถึงเป็นคูเมืองเพื่อป้องกันข้าศึกศัตรู มีประตูกันน้ำถึง 16 แห่งด้วยกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะ
เรียกว่าอัมสเตอร์ดัมนี้เป็นเมืองแห่งคลอง และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวที่นี่แล้วจะต้องไม่พลาดกิจกรรมทัวร์ที่ถือว่าป็นไฮไลต์
ของการเที่ยวอัมสเตอร์เลยก็คือ การล่องเรือหลังคากระจกเที่ยวชมคลองในอัมสเตอร์ดัม

          ผมนั่งรถไฟยูโรสตาร์ มุ่งหน้าไป Amsterdam เมื่อมาถึง สถานีรถไฟกลาง (Centraal Station) ที่นี่เป็นสถานีรถไฟที่
สวยงามตั้งอยู่ตรงชายฝั่งอ่าวไอย์ (ij) สร้างขึ้นในปีค.ศ.1889 เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอเรอเนสซองส์ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิกที่สวยงามและยิ่งใหญ่ ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ ด็อกเตอร์ เกาเปอร์(Dr. Cuypers) เป็นคนเดียวกับที่ออกแบบสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไรค์มิวเซียม

         สถานีรถไฟแห่งนี้ใหญ่โตโอฬารสร้างบนเสาเข็มจำนวนถึง 8,657 ต้น ที่หน้าตึกจะมีนาฬิกาเรือนใหญ่อยู่ 2 เรือน เรือน
ทางซ้ายบอกทิศทางลม ส่วนเรือนทางขวาบอกเวลา และจากสถานีรถไฟแห่งนี้เราสามารถที่จะเดินทางไปสู่ทุกประเทศในยุโรปได้เลย
และที่สำคัญยังเป็นจุดรวมของรถรางรถเมล์ทุกสายที่ใช้ในอัมสเตอร์ดัม และรอบนอกใกล้กับสถานีรถไฟทุกแห่งอีกด้วย เรียกว่า
เป็นจุดการเดินทางหลักที่สำคัญของเมืองอัมสเตอร์ จึงทำให้ที่นี่จอแจไปด้วยผู้คนมากมาย
       
        จากสถานีรถไฟกลาง ผมเดินออกมาสู่ใจกลางเมือง ที่ถือว่าเป็นจุดนัดพบที่สำคัญ สถานที่แห่งนี้ คือ ดัมสแควร์ (Dam Square)
เป็นลานกว้างขนาดใหญ่ ที่มีสถานที่สำคัญ ๆ ตั้งอยู่มากมาย อย่างมุมหนึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์ใหม่ ที่สร้างขึ้นในตอนปลายศตวรรษที่ 14
และผ่านการบูรณะซ่อมแซม ปรับปรุงจนถึงสร้างใหม่หลายต่อหลายจนมีความสวยงามน่าชมเป็นอย่างยิ่ง และก็จะเห็นอนุสาวรีย์แห่ง
เสรีภาพ
เป็นรูปทรงกรวยสีขาวสูงประมาณ 70 ฟุต สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1956 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2

         และฝั่งตรงข้ามกับอนุสาวรีย์ยังมีอาคารเก่าแก่ที่สวยงามและสำคัญคือ พระราชวังหลวง (Koninklijk Plaeis) หรือ วังหลวง
ที่ครั้งแรกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1655 มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่ว่าการอำเภอ สร้างโดยสถาปนิกที่ชื่อ ยาคอบ ฟาน กัมเปน ตรงหน้าจั่ว
ของตึกแห่งนี้มีรูปปูนปั้นที่สวยงาม เป็นรูปเทพีแห่งทะเล และสัตว์ในเทพนิยายกรีก ภายในเป็นห้องโถงกว้างปูด้วยหินอ่อนเป็นรูปลูกโลก
ขลิบด้วยทองเเดงสวยงาม เพดานวาดเป็นรูปภาพจักรวาล แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 1801 หลังจากที่เนเธอร์แลนด์ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส
ได้ใช้เป็นพระราชวังที่ประทับของพระเจ้าหลุยส์ โบนาปาร์ตน้องชายของนะโปเลียน โบนาปาร์ต จนถึงปี ค.ศ. 1810 เมื่อฝรั่งเศสหมด
อำนาจลงก็ยังคงใช้เป็นพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์เนเธอร์แลนด์ในปีค.ศ.1967 สมเด็จพระราชินีนาถจุเลียนาได้ทรงย้ายไปประทับ
อยู่ที่เมืองเฮกจึงมีการซ่อมแซมพระราชวังแห่งนี้ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวังหลวงที่วิจิตรงดงามไปด้วยสถาปัตยรรมแบบยุโรป
       
          หลังจากชมวังหลวงอันสวยงามแล้ว ผมเดินออกจากวังมาที่ถนนสายหนึ่งข้างวัง ที่มีชื่อว่า กาลเวอร์ สตราท (Kalver Straat)
เป็นถนนชอปปิ้งสายสำคัญของคนอัมสเตอร์ดัม และของนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งถ้าใครเป็นนักท่องเที่ยวขาชอปตัวยงมีหวังได้หมดกระเป๋า
กันแน่ เพราะถนนสายนี้จะคลาคล่ำไปด้วยร้านรวงที่ขายของและสินค้าของที่ระลึกให้เลือกซื้อหาเป็นของขวัญของฝากอย่างมากมาย

         ผมรีบเดินผ่านถนนสายนี้อย่างรวดเร็ว ดูของที่ระลึกติดไม้ติดมือมาเพียงแค่ชิ้นสองชิ้นเป็นพอ เพราะกลัวจะถูกสูบเงินในกระเป๋า
ไปจนหมดเสียก่อน และก็เดินมาจนถึงหัวถนนก็พบกับ ห้างสรรพสินค้า Peek&Cloppenburg ที่ชั้นบนของห้างแห่งนี้เป็นที่ตั้ง
ของ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซด์ (Madame Tussauds Scenerama) ที่น่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก เพราะภายในจัดเป็น
นิทรรศการหุ่นขี้ผึ้งที่มีชีวิตชีวา หุ่นทุกตัวดูราวมีชีวิตสมจริงมาก ๆ มีการจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอัมสเตอร์ดัม รวมทั้งหุ่นขี้ผึ้ง
ของบุคคลสำคัญต่าง ๆ มากมาย ให้เราได้กระทบไหล่ประชิดตัว (หุ่น) จริง ๆ กันแบบใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นหุ่นนักร้องชื่อดังอย่าง
บียอนเซ่, เอลวิส เพรสลี่, จัสติน ทิมเบอร์เลค ผู้นำระดับโลกก็มี บารัค โอบามา ประธานาธิบดีUSA. , องค์ทาไลลามะ ผู้นำทาง
จิตวิญญาณของทิเบต เป็นต้น และมีหุ่นดาราฮอลลีวูดให้แอ็คท่าถ่ายรูปคู่ด้วย อาทิ แองเจลินา โจลี, แบรด พิตท์, เจนนิเฟอร์ โลเปซ,
มาริลิน มอนโร และหุ่นขี้ผึ้งบุคคลสำคัญต่างๆ อีกมากมาย

          แต่ถ้าใครกลัวหุ่นขี้ผึ้งที่เหมือนจริงมากๆ แต่กลับชอบชมพวกงานศิลปะและประวัติศาสตร์ ในอัมสเตอร์ดัมก็ยังมีพิพิธภัณฑ์
ที่น่าสนใจไปเที่ยวชมกันอีก อย่างที่ พิพิธภัณฑ์ไรค์ (Rijksmuseum) หรือ ไรค์มิวเซียม ที่ฉันได้ไปเยือน ถือว่าเป็นเป็นพิพิธภัณฑ์
ที่ใหญ่ที่สุด สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1885 เพื่อเป็นที่รวมรวบผลงานศิลปะของเนเธอร์แลนด์ทุกแขนง ตัวอาคารมีลักษณะคล้ายกับตึก
สถานีรถไพสร้างด้วยอิฐสีเเดงสไตล์นีโอโกธิก

          ภายในพิพิธภัณฑ์อันกว้างใหญ่มีทั้งหมด 260 ห้อง จัดเก็บรวบรวมภาพเขียนของจิตรกรชาวดัตช์ผู้มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 15
ถึงศตวรรษที่19 อย่างจิตรกรที่คนไทยรู้จักกันดีคือ เรมบรันด์ (Rembrandt) ผู้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากภาพ The Night Watch
ซึ่งแขวนอยู่ในห้องโถงใหญ่ด้านหน้า และยังมีภาพอีกกว่า 200 ภาพของเขาแขวนอยู่ในนี้ด้วย รวมไปถึงภาพเหมือนจากศตวรรษที่ 16
งานเซรามิก พอร์ซเลน และประวัติศาสตร์ของเนเธอร์แลนด์ในห้องประวัติศาสตร์ชั้นล่าง และมีภาพสำคัญอยู่ภาพหนึ่งที่นักท่องเที่ยว
ชาวไทยไม่ควรพลาดชมก็คือ ภาพวาดกรุงศรีอยุธยา ที่วาดขึ้นโดยนักเดินเรือนนิรนามชาวฮอลันดา ชื่อภาพโยเดีย (Iodla)
และประวัติศาสตร์การเดินเรือของกลุ่มดัตช์ อีสต์ อินดีส คัมปานี (Dutch East Indles Company หรือ V.O.C) เรียกว่าใคร
ที่ชื่นชอบงานด้านศิลปะและประวัติศาสตร์รับรองว่ามาที่ไรค์มิวเซียมนี้แล้วจะเพลิดเพลินเดินชมกันได้ทั้งวัน

          แต่ถ้ายังเสพศิลปะไม่จุใจผมขอแนะนำว่าให้มาที่ พิพิธภัณฑ์แวะโกะห์ (Van Gogh Museum) ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่
แสดงผลงานของแวนโกะห์ไว้มากที่สุด และเห็นถึงพัฒนาการในงานศิลป์ของเขา มีภาพวาดสีน้ำมันของแวนโกะห์ จิตรกรแนว
อิมเพรสชั่นนิสม์ชาวดัตช์ในสมัยศตวรรษที่ 19 ตั้งแสดงอยู่ถึง 200 ภาพ และมีงานสเก็ตช์ดรออิง เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของแวนโกะห์
รวมทั้งภาพของโมเนต์ (Monet) และโกแกง (Gauguin) ตั้งแสดงอยู่ด้วย และภาพวาดที่มีชื่อเสียงของแวนโกะห์ที่ไม่ควรพลาด
ไปชมก็มี ภาพสาวน้อยที่สะพานบาง, ภาพดอกทานตะวัน, The Potato, Still Life with Sunflower และ Cornfield with Crow
เป็นต้น และภาพวาดอื่น ๆ อีกมากมายที่จะทำให้เราได้เสพงานศิลปะสวย ๆ กันอย่างอิ่มเอิบใจ และแล้วทริปทัวร์อัมสเตอร์ดัมในครั้งนี้
ของฉันก็จบลงด้วยความสุข สดชื่นของหัวใจ บอกได้เลยว่า “อัมสเตอร์ดัม เธอทำให้ฉันตกหลุกรักเธอ”

         ผมเองก็ไม่พลาดที่จะขอนั่งเรือชมคลองต่าง ๆ อันมีความสวยงามไม่ใช่น้อย เรือกระจกจะพาเราลัดเลาะล่องไปตามลำคลอง
น้อยใหญ่ เพื่อชมทัศนียภาพของเมือง ชมตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่ริมคลองอันมีเอกลักษณ์ที่สวยงามแปลกตา ซึ่งบ้านริมคลองเหล่านี้
จะมีส่วนหน้าบ้านไม่กว้างมากนัก และสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสเปนผสมกับเรอเนสซองส์ ตัวตึกใช้อิฐแดงก่อแบบไม่ฉาบปูน
ตกแต่งเป็นภาพปูนปั้นเทพเจ้ากรีกอย่างสวยงาม และหน้าจั่วมีไม้ยื่นออกมาเพื่อแขวนลอกไว้ชักลอกสิ่งของเข้าบ้านทางหน้าต่าง
เพราะหน้าบ้านแคบและประตูก็เล็ก และในลำคลองยังมีเรือนแพรที่เป็นที่อยู่อาศัยอีกด้วย

         การนั่งเรือหลังคากระจกเที่ยวชมคลองอัมสเตอร์ดัมทำให้ผมได้เห็นถึงวิถีชีวิตแความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย สงบเงียบของ
คนเนเธอร์แลนด์ แต่มาเที่ยวอัมสเตอร์ดัมทั้งทีจะนั่งเรืออย่างเดียวก็ใช่ที่ เพราะว่ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้ไปเที่ยวชม
อีกมากมาย ตามผมขึ้นฝั่ง เดินตะลุยบนบก (ถนน) เที่ยวกันให้เพลินเลยดีกว่า


ทุกปัญหามีทางออก... ปรึกษาสิงโตทาโร่ ทำนายดวงด้วยไพ่ยิปซี



Last Updated on Monday, 28 June 2010 22:51
 
Comments (1)
1
1 Thursday, 01 July 2010 16:58
1
Very Happy Smile Wink Sad Surprised Shocked Confused Cool Laughing Mad Razz Embarrassed Crying or Very Sad Evil or Very Mad Twisted Evil Rolling Eyes Exclamation Question Idea Arrow Neutral Mr. Green Geek Uber Geek

Add your comment

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
Very HappySmileWinkSadSurprisedShockedConfusedCoolLaughingMadRazzEmbarrassedCrying or Very SadEvil or Very MadTwisted EvilRolling EyesExclamationQuestionIdeaArrowNeutralMr. GreenGeekUber Geek
Your name:
Subject:
Comment:
  The word for verification. Lowercase letters only with no spaces.
Word verification:
Share |

ads


Banner

Banner