|
Page 1 of 5

การเยือนยุโรปครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของป้าเครือ (คนใส่หมวกแดง อ่ะค่ะ หนูน้อยหมวกแดง..อิอิ) เป็นประสบการณ์ ที่น่าประทับใจ เลยอยากที่จะมาเขียนบอกเล่าให้ลูกๆ หลานๆ และเพื่อนๆ ได้อ่านบ้าง เพื่อจะได้มีแรงบรรดาลใจ เจียดเวลาและเงินไปดู โลกภายนอก ว่าเขามีชีวิต ความเป็นอยู่แตกต่างกับเราอย่างไรบ้าง สำหรับป้าแล้วเมื่อได้ไปสัมผัสประสบการณ์ต่างแดน ทำให้มีกำลังใจ ที่จะออกกำลังกาย รักษาสุขภาพให้แข็งแรง จะได้ไปเที่ยวต่อในอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก (ว่าไปนั่น ...) สำหรับ Trip นี้ ป้าเครือจะพา หลานๆไปเที่ยวประเทศออสเตรีย ฮังการี โรมาเนีย สโววักและสาธารณรัฐเชก รวมเวลาการเดินทาง 13 วัน วันที่ 23 เม.ย 52 – 5 พ.ค. 52 ตามมาเลยจ้า
ก่อนอื่น ป้าเครือขอแนะนำผู้ร่วมการเดินทางครั้งนี้ ซึ่งมีอยู่ 8 คน (เท่าจำนวนคนที่จะนั่งรถตู้ซึ่งคุณพิสัณฑ์เช่าไว้) ซึ่งทั้งหมด ก็เป็นเพื่อนๆที่ป้ารักมาก แคะประปุกเอาเงินไปซื้อประสบการณ์ สร้างความประทับใจในช่วงปลายของชีวิตร่วมกัน ดังนี้

1. คุณพิสัณฑ์ ลือทองจักร อดีตเลขาฯทูตฝ่ายเกษตรประเทศอิตาลี 14 ปี ย้ายไปเป็นท่านทูตฝ่ายเกษตรประเทศอินโดนีเซีย 4 ปี แล้วกลับมาทำงานกับท่านศุภชัย ภานิชภักดิ์ที่สวิสเซอร์แลนด์ 4 ปี ปัจจุบันท่านเกษียณอายุราชการแล้ว ชื่อเล่นว่า คุณ new
2. คุณกรรณิการ์ ลือทองจักร ภรรยาคุณพิสัณฑ์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนอัปสรสวรรค์ อดีตเคยรับราชการที่โรงเรียน ชัยนาทพิทยาคม และไป ปฏิบัติหน้าที่ภรรยาที่อิตาลีและสวิส ชื่อเล่นว่า แดง 2 ท่านนี้จะเป็นไกด์คณะทัวร์นี้
3. คุณวิเชียร บุญประสิทธิ์ เกษตรจังหวัดสระบุรี หัวหน้าทัวร์ ต้นคิดว่าจะไปไหน รวบรวมสมาชิก บริหารการเงิน และทำหน้าที่บันทึก ภาพเคลื่อนไหว
4. คุณกัญจนา บุญประสิทธิ์ ภรรยาคุณวิเชียร ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม อดีตเคยรับราชการที่โรงเรียน ชัยนาทพิทยาคม ชื่อเล่นว่า กัญ
5. คุณเกศินี บุญประสิทธิ์ บุตรสาวคุณวิเชียรและคุณกัญจนา เป็นวิศวกรของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ กทม. เป็นผู้ศึกษาข้อมูล ที่จะไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ พร้อมทั้งช่วยดูแผนที่เส้นทางการเดินทาง ชื่อเล่นว่า เกศ
6. คุณประสิทธิ์ เฮงประดิษฐ์ ครูคศ. 3 ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนชัยนาทพิทยาคมทำหน้าที่สร้างความหรรษา กระเป๋ารถ เก็บสัมภาระให้เรียบร้อย ชื่อเล่นว่า จัมโบ้ แต่เรียกสั้น ๆว่า โบ้
7. คุณพิกุลทอง เฮงประดิษฐ์ ภรรยาคุณประสิทธิ์ ครูคศ. 3 ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนชัยนาทพิทยาคม ทำหน้าที่ บันทึกภาพเคลื่อนไหว ชื่อเล่นว่า ติ่ม
8. ดิฉันเครือรัตน์ จันทร์เพ็ง เกษียณอายุราชการแล้ว ผู้บันทึกข้อมูลการทัวร์ครั้งนี้ ชื่อเล่นว่า แป๋ว เป็นพี่แป๋ว ป้าแป๋วของคณะ
กำหนดการเดินทางครั้งนี้ คือ วันที่ 23 เม.ย 52 – 5 พ.ค. 52 ซึ่งจะเดินทางโดยสายการบินEVA AIR LINE ของไต้วัน ปลายทาง ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ฮังการี โรมาเนีย สโววักและสาธารณรัฐเชก รวมเวลาการเดินทาง 13 วัน
เตรียมตัวก่อนเดินทาง
นัดหมายกันไปทำวีซ่าที่สถานทูตออสเตรีย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 52 โดยทุกคนต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมดังนี้หนังสือพาสปอร์ต ซึ่งต้องใช้งานได้มากกว่า 6 เดือนขึ้นไปนับถึงวันเดินทางกลับ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองเงินเดือน ซึ่งจะต้อง แปลเป็นภาษาอังกฤษให้เรียบร้อย หลักฐานการทำประกันชีวิต กำหนดการเดินทางซึ่งจะต้องบอกที่พักให้ชัดเจนว่าจะพักที่ใด วันใด ทำให้ เรามีประสบการณ์อีกอย่างเพราะที่ผ่านมาไปเที่ยวกับบ.ทัวร์ ส่งหลักฐานพาสปอร์ต สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เป็นที่เรียบร้อย
ทุกคนไปพร้อมกัน ก่อนสถานทูตเปิด โดยแดงไปถึงก่อนใคร และจองบัตรคิวได้อันดับที่ 1-8 คุณ new ตรวจเอกสารของทุกคน และส่งให้ทุกคนเซ็นชื่อในเอกสารที่ขอทำวีซ่า ซึ่งข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดคุณ new ได้เขียนไว้ให้หมดแล้วเป็นภาษาอังกฤษ ถือว่ายังไม่ได้ ทำเองทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะมีผู้คอยดูแลพวกเราอย่างดี..(อิอิ..สบายจัง)
ทำวีซ่าเข้าออสเตรียแล้วก็สามารถเข้าฮังการี สโลวัก และเชกได้เพราะทำเป็น Changken VISA ได้เลย สำหรับโรมาเนียต้องทำวีซ่า ต่างหาก ซึ่งต้องรอให้วีซ่าออสเตรียผ่านแล้วจึงจะไปทำวีซ่าที่สถานทูตโรมาเนียอีกครั้ง ทั้งนี้สถานทูตออสเตรียจะแจ้งให้ทราบว่าวีซ่าผ่านหรือ ไม่ พร้อมจะแจ้งให้มารับวีซ่าทางโทรศัพท์ ซึ่งทั้งหมดคุณ new เป็นผู้ดำเนินการให้ ทุกคนไม่ต้องเดินทางมาอีกครั้ง ช่วงระยะเวลานั้นอากาศ ร้อนมาก ๆ ทำให้คุณ new ไม่สบายไปบ้างกับความใจดีมาก ๆ ของท่านที่ดูแลพวกเราทุกคนอย่างดียิ่ง ไม่ให้พวกเราที่อยู่ต่างจังหวัดต้องเดิน ทางไป-มาและทำอะไรกันไม่ใคร่จะเป็น ยกเว้นครอบครัวคุณวิเชียร เพราะเคยไปต่างประเทศกันบ่อย ๆ วันนั้นเราก็ไปรวมพลกันที่บ้านแดงเพื่อ นัดหมายรายละเอียดการเดินทางและเตรียมเสบียงไปว่าจะเอาอะไรไปบ้าง ใครรับหน้าที่นำอะไรไป แต่ส่วนใหญ่พูดกันเรื่องอื่น ๆ มากกว่า เพราะไม่ได้พบกันนานพอสมควร ประมาณ 4 โมงเย็นคุณวิเชียรมาส่งติ๋ม โบ้ และลูกเกศที่เมืองทอง ส่งป้าแป๋วที่ตลาดพูนทรัพย์แล้วเดินทาง ต่อไปสระบุรี
22 เม.ย. 52 เวลาบ่าย 3 โมงครึ่ง คุณวิเชียร หัวหน้าทัวร์มารับป้าแป๋ว ติ๋ม และโบ้ที่บ้านชัยนาท เดินทางไปสระบุรีเพื่อรับรับกัญ แล้วไป บ้านแดง ที่หมู่บ้านทวีโรจน์ บางกรวย ซึ่งลูกเกศรออยู่ที่นั่นแล้ว ร่วมรับประทานอาหารเย็น จัดเสบียงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเดินทางไปถึง สุวรรณภูมิประมาณ 5 ทุ่ม
มีจำปูน(ลูกสาวติ๋มกับโบ้) กิตตินัฐ(ลูกศิษย์เพื่อนของจำปูน) โต(ลูกป้าแป๋ว) ธีรพงษ์(หลานป้าแป๋ว) มาส่ง นำกระเป๋าไปโหลดขึ้นเครื่อง พร้อมกับรับตั๋วเครื่องบิน(ซื้อตั๋วทาง Internet โดยลูกเกศ) ประมาณเที่ยงคืน จากนั้นไปเช็คอิน ตรวจพาสปอร์ต เข้าไปเดินดูสินค้าใน Duty Free เอกซเรย์ก่อนที่จะเข้า G10 ขึ้นสายการบิน EVA AIR LINE ของไต้หวัน
วันนี้มีคนเต็มเครื่อง ประมาณ 300 คนที่นั่งแยกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมีคุณวิเชียร กัญ แดง เกศที่นั่ง 23 D E G F กลุ่มที่ 2 คุณ new ติ๋ม โบ้ ป้าแป๋ว ที่นั่ง 35 D E G F เครื่องบินเหิรฟ้าเวลา 02.30 น. 23 เม.ย. 52 Air Hostes สวมชุดสีเขียวอ่อนเย็นตา มุ่นผมเรียบร้อย ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม มีปลานึ่ง ไก่นึ่ง noodle (ก๋วยเตี๋ยวผัด) ผลไม้มีมะละกอ ส้ม แคนตาลูป ส้มโออย่างละชิ้น ขนมหม้อแกง ขนมปัง เนย น้ำผลไม้ กาแฟ และไวน์ตามต้องการ หน้าที่นั่งมีจอ LCD ทุกที่นั่ง ซึ่งให้เลือกฟังเพลง ดูหนัง ข้อมูลเส้นทางการบินไปสู่เวียนนา เล่นเกม และสามารถเล่น Internet ได้แต่ต้องใช้การ์ดเสียเงิน นับเป็นของเล่นระหว่างการเดินของจัมโบ้ ที่ไม่เป็นอันหลับอันนอนทั้งคืน
ถึงแล้วออสเตรีย
ประมาณ 6 โมงเช้า ซึ่งน่าจะตรงกับเวลาที่เมืองไทยประมาณ 11.00 น. (เวลาต่างกัน 5 ชั่วโมงช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) แอร์ฯบริการอาหารเช้าก่อนลงจากเครื่องด้วย ออมเลต(ไข่ทอด) ก๋วยเต๋ยวผัดโยเกิร์ต ขนมปัง เนย ผลไม้หลากชนิด มี องุ่น มะละกอ ส้มโอ สำหรับเครื่องดื่มมี น้ำชา กาแฟ น้ำผลไม้เหมือนเดิม เครื่องบินร่อนลงสู่สนามบินเวียนนาเวลา 08.30 น. เข้าคิวเช็คตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ทักทายยิ้มแย้มแจ่มใสดี โดยเฉพาะโบ้ไว้หนวด เหมือนชูวิทย์ มีการพูดคุยหยอกเย้ากันนิดหน่อยกับเจ้าหน้าที่ ผู้ชายเวียนนา ที่มีอายุหน่อยนิยมไว้หนวดเช่นกัน เมื่อรอรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว
คุณ new ไปรับรถเข็นโดยการหยอดเหรียญ 1 ยูโรและเมื่อนำรถมาคืนเหรียญจะคืนกลับมาเป็นการบริการให้ฟรีแต่ต้องนำรถมาเก็บ ในที่ที่สนามบินได้จัดไว้ให้ เป็นการประหยัดแรงงาน ไม่เหมือนบ้านเราใช้แล้วทิ้งไว้ จะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บไปไว้ในที่ที่ให้บริการ ซึ่งบางครั้ง ดูไม่เป็นระเบียบ
จากนั้นไปติดต่อรถเช่าที่คุณ new ได้จองล่วงหน้าไว้แล้วทาง Internet พร้อมส่งเงินมาล่วงหน้า 70,000 หมื่นบาท ( 1 ยูโร = 46.50 บาท) ในการทำสัญญาเช่ารถ ซึ่งได้จองรถเฟียตสำหรับนั่งได้ 8 คนพร้อมคนขับ แต่พอมาถึงที่จอดรถปรากฏว่า ได้รถเบ้นซ์ใหม่เอี่ยมนั่งได้ถึง 9 คน หลังคารถสูง ยืนบนรถได้สบาย ๆ เหมือนมินิบัส ให้นึกเสียดายมาก ๆ ที่บังเอิญไม่ได้มาด้วย เพราะ คุณ new แจ้งว่ารถนั่งได้เพียง 8 คนเท่านั้น ทุกคนตื่นเต้นดีใจกับกับรถเบ้นซ์มาก ๆ ๆ ๆ

คุณ new ทำหน้าที่เป็นโชเฟอร์ นำพวกเราไปยัง Hostel ที่จองไว้ชื่อ Do Step Inn ได้ห้องพัก 2 ห้อง พักห้องละ 4 คน แต่จะมีกลุ่มอื่นมาแจมห้องละคน เพราะห้องหนึ่งมี 5 เตียง มีห้องครัวกว้างขวางให้บริการทำอาหารร่วมกันทุกกรุ๊ป เป็นที่น่าพอใจ ส่วนห้องน้ำ จะใช้ร่วมกันมิได้อยู่ในห้องพัก เมื่อตรวจเช็คห้องพักเรียบร้อยแล้ว ยังไม่ได้เอาของเข้าห้องพัก ก็ออกไปเที่ยวกันก่อน พอดีได้เวลาอาหาร กลางวัน ก็เลยเอาเสบียงซึ่งเราเตรียมมาจากเมืองไทยทานกันในรถ โดยไปซื้อเครื่องดื่ม ไส้กรอก แฮม ขนมปัง ผัก ในซุปเปอร์ซึ่งอยู่ แถวนั้นมาทำแซนวิซกินกัน
พระราชวังเชินบรุนน์ ( Schonbrunn)

เดินทางไปชมพระราชวังเชินบรุนน์ ( Schonbrunn) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันงดงามของนครเวียนนา ในฐานะพระราชวังฤดูร้อน ของราชวงศ์ฮับสบูร์ก สร้างในสมัยของกษัตริย์แมกซิมิเลียนที่ 2 ในปี ค.ศ. 1569 ตั้งอยู่ในเขตเชินเนอร์บรูนเนิน( Schoner Bunnen – น้ำพุงาม) มีอาณาเขตกว้างขวางมาก จักรพรรดิโยเชฟที่ 1 พระราชบิดาของพระนางมาเรียอังตัวเนต หลังจากพระนางมาเรียอังตัวเนต อภิเษกสมรสกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 พระองค์มีรับสั่งให้ต่อเติมพระราชวังนี้ให้หรูหราเหมือนกับพระราชวังแวร์ซาย แต่เล็กกว่ามาก เพราะมี ปัญหาเรื่องการเงิน อย่างไรก็ตามตัวปราสาทก็ยังดูโอ่อ่าอัครฐานยิ่งนัก และแม้จะเลียนแบบพระราชวังแวร์ซายส์แห่งฝรั่งเศส แต่ ความวิจิตรอลังการก็สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้มาชมเหลือเกิน จนได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ปี ค.ศ. 1996
ก่อนเข้าชมได้ไปเข้าห้องน้ำในอาคารหนึ่งในบริเวณพระราชวังซึ่งต้องจ่ายคนละ 50 เซนต์ แดงบอกให้ทุกคนยืนดูโถชักโครก อย่ารีบออกมา เมื่อเรากดน้ำชำระชักโครกหลังจากของเสียเราสะอาดแล้วจะมีอะไรก็ไม่รู้ (ใครรู้บอกด้วยนะจ๊ะ) ยื่นออกมาทำความสะอาด ที่รองนั่ง ที่รองนั่งเบี้ยวจะไปเบี้ยวมาเหมือนมีคนมาบิดจนสะอาดดีแล้วก็คืนสู่สภาพเดิม เป็นสิ่งแปลกใหม่อีกอย่างที่พบเห็น ซึ่งส้วมสาธารณะ ที่อื่นไม่มี (ตื่นเต้นจัง..)
ออกมาจากห้องน้ำก่อนเข้าชมพระราชวังเชินบรุนน์ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกหน้าพระราชวัง มีรถม้าบริการให้เช่าด้วย ม้าที่นี่ตัวใหญ่กว่า บ้านเรามากน่าเป็นเพราะพันธ์ อากาศ และอาหารที่แตกต่างกัน ระยะทางจากประตู้เข้าเขตพระราชฐานถึงตัวพระราชวังเดินไกลมากเกือบ กิโลเมตร นึกดูเถอะขนาดหน้าพระราชวังกว้างขวางขนาดใหญ่กว่าสนามฟุตบอล 2 สนามรวมกัน ถึงองค์พระราชวัง ซึ่งมีให้เลือกหลายราคา ต่ำสุด 9.5 ยูโร ชมแต่ภายในพระราชวังได้เพียง 22 ห้อง ที่เราตีตั๋วค่าเข้าชมพระราชวังคนละ 14 ยูโรที่เลือกราคานี้เพราะได้เข้าชมถึง 40 ห้อง และได้ชมสวนด้านในด้วย เจ้าหน้าที่มอบเรดิโอไกด์ให้ผู้ชมรับฟังคำบรรยายประวัติความเป็นมาและการตกแต่งห้องในแต่ละห้องซึ่งจัดไว้ให้ เข้าชมเพียง 40 ห้อง เราเลือกคำบรรยายภาษาอังกฤษทั้งนี้มีหลายภาษาให้เลือกฟังตามต้องการ (โชคดีที่ป้าเป็นครูภาษาไทย...เลยฟังรู้เรื่อง หมดเลย..หุหุ)
 องค์ราชินี Maria Therasa งดงามจริงๆ


รูปโมสาทวัยเด็ก ถวายบทเพลงกับองค์ราชินี Maria Therasa
พระราชวังเชินบรุนน์นี้มีห้องอยู่ทั้งสิ้น 1,441 ห้อง (หนังสือบางเล่มว่า 1,200) แต่เปิดให้ชมเพียง 40 ห้อง ตกแต่งด้วยศิลปะ สไตล์ร็อคโกโก หรือลายกนกก้นหอย ชมห้องบรรทม ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร ห้องพระนาง Maria Antonette มีสิ่งหนึ่งคล้ายอ่างล้างหน้า แท้จริงเป็นโถส้วม เราประทับใจกับห้องที่เข้าชมที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับโมสาร์ท เกี่ยวกับการเล่นเปียนโนครั้งแรกด้วยวัยเพียง 6 ขวบ ต่อหน้า พระพักตร์องค์ราชินี Maria Therasa (ในภาพวาดมีรูปโมสาร์ทน้อยในงานเลี้ยงนี้ด้วย) และยังมีเรื่องราวที่โมสาร์ทน้อยกระโดดไปนั่งตัก องค์ราชินี หอมแก้มพระนาง ยังความพอพระทัยยิ่งแก่พระนาง รวมทั้งการเข้าเฝ้าเจ้าหญิง Elisabethด้วย (เล่ากันว่าโมสาร์ทหลงกับพระสิริ โฉมมากถึงกับเอ่ยปากขอแต่งงาน ตอนอายุเพียง 6 ขวบเท่านั้น) รวมทั้งห้อง The Great Gallery ซึ่งใช้เป็นห้องจัดเลี้ยงในโอกาสต่าง ๆ โดยเฉพาะในสมัยพระนาง Maria Therasa ห้องนี้ถูกใช้บ่อยที่สุด ด้วยพระนางโปรดงานเต้นรำ ละคร และบัลเลต์อย่างมาก หลังจากสิ้นสุด ราชวงศ์ ห้องนี้ยังใช้เป็นห้องต้อนรับแขกเมือง รวมถึงปัจจุบันเปิดให้เช่าเป็นที่จัดงานเลี้ยงและงานคอนเสิร์ต ให้นึกถึงภาพยนตร์หลายเรื่อง ที่กล่าวถึงงานเลี้ยงในราชสำนักมีฉากอลังการเช่นนี้ไม่มีผิด แต่จากมุมกล้องการถ่ายทำฉากห้องจัดเลี้ยงจะใหญ่อลังการมาก ห้องจริงมิได้ ใหญ่โตมากมายนัก
 
จากนั้นไปชมสวนหลังพระราชวัง ซึ่งในอดีตเป็นที่ทรงม้า บริเวณกว้างขวางมาก จัดไว้ต่างระดับเป็นระเบียบสวยงามสไตล์บาร็อค มีการตกแต่งแบบทรงเราขาคณิต(บางคนว่าสวยแบบทื่อ ๆ ไร้อารมณ์) ประดับด้วยไม้ดอกไม้ประดับ เป็นที่น่าเสียดายว่าเป็นช่วงต้นฤดู ใบไม้ผลิ เห็นแต่ใบไม้สีเขียวอ่อนสวยงามไปอีกแบบ ส่วนไม้ดอกยังไม่ออกดอก สวนจึงไม่สวยเท่าที่ควร ก่อนขึ้นเนินเป็นเขาวงกต คณะของเราไม่ได้เข้าไป คนที่เคยเข้าเขาวงกตเล่าให้ฟังว่า “เดิน ๆไปเจอทางตันและมีแผ่นหิน 12 จักราศี ก็เลยเดินหาแผ่นหินจักราศี 12 แผ่นให้ครบ เหมือนวิ่งเล่นในสวน Santury มึนไปเลย ใช้เวลากว่าชั่งโมงจึงจะออมาได้”

ข้าง ๆ เขาวงกตเป็นสวนสัตว์ ไม่ได้เข้าไป อ่านจากหนังสือเล่มหนึ่งบอกว่านับเป็นสวนสัตว์แห่งแรกในโลกเชียวนะ ไปเดินชมสวน จนถึงจุดที่สูงที่สุดของสวนถ่ายภาพลงมา หรือย้อนสูงขึ้นไปก็สวยทั้งสิ้น ใช้เวลาเดินขึ้นลงประมาณชั่วโมงกว่า เมื่อยไปตาม ๆ กัน พอเดิน ลงมาก่อนจะออกจากพระราชวังเชินบรุนน์ ชมการแสดงชุดระบำ และร้องเพลงของเด็ก ๆ ชายหญิงวัย 7-12 ขวบ โดยใช้ดนตรีเพียงชิ้นเดียว คือแอคคอเดียน
เราใช้เวลาที่พระราชวังไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงเลยแหละ ก่อนเข้าชมพระราชวังเชินบรุนน์ ได้นำรถไปจอดที่ลานจอดรถ เมื่อกลับออกมา ออกไปจ่ายค่าจอดรถต้องจ่ายถึง 33 ยูโร เนื่องจากรถคันใหญ่มากเขาคิดเท่ากับราคารถบัส ความดีใจตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนไปบ้างว่า ได้รถดีหรือไม่ดีกันแน่ (แฮ่ๆ) แต่ที่แน่แน่ รถคันนี้ก็ช่วยให้เราเดินทางได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขจนถึงวันกลับสุดคุ้มจริง ๆ
ทุกปัญหามีทางออก... ปรึกษาสิงโตทาโร่ ทำนายดวงด้วยไพ่ยิปซี
|