Tuesday 07 Feb 2012
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default style
  • blue style
  • red style
  • yellow style
โรมาเนีย : Brasov เมืองมรดกโลก , Bran Castle ปราสาทแดร็กคูล่า PDF Print E-mail
Custom Search
Written by ป้าเครือ   
Sunday, 17 January 2010 09:51
Article Index
โรมาเนีย : Brasov เมืองมรดกโลก , Bran Castle ปราสาทแดร็กคูล่า
Bran Castle ปราสาทแดร็กคูล่า
Turda salt Mine เหมืองเกลือพันปี
Bicaz Canyon
All Pages

           บทความนี้...เป็นเรืองเล่าต่อจากตอนที่แล้วที่ป้าเครือ ได้พาหลานๆ ไปเที่ยวออสเตรีย  และฮังการี โดยทริปนี้ป้าเครือได้มีแผน
ที่จะท่องยุโรปอยู่ทั้งหมด 5 ประเทศ คือ ประเทศออสเตรีย  ฮังการี โรมาเนีย สโววักและสาธารณรัฐเชก รวมเวลาการเดินทาง 13 วัน
ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย 52 – 5 พ.ค. 52  สำหรับประเทศโรมาเนียนั้น

เพื่อไม่ให้เสียเวลา ป้าเครือขอเล่าเรื่องต่อจากตอนที่แล้วต่อแล้วกันนะคะ... 

 

          การเดินทางไปโรมาเนีย (Romania)ลูกเกศ คุณวิเชียร ช่วยดูแผนที่เส้นทางการเดินทาง ก่อนเดินทางให้รู้สึกวิตกนิดหน่อย
ว่าจะสามารถนำรถเข้าไปได้หรือเปล่า และเมื่อเข้าไปแล้วจะมีความปลอดภัยเพียงใด เพราะคุณนิวยังไม่เคยมาที่นี่ แต่อยากพาพวกเรา
มาดูเมืองมรดกโลก เจ้าของบ้านพักที่ฮังการีให้เบอร์โทรติดต่อกับเพื่อนของเขาที่อยู่ชายแดนหากมีปัญหาอย่างไรจะช่วยเหลือกันได้

           ออกมานอกเมืองปูดาเปส แวะเติมน้ำมัน พยายามใช้เงินฮังการีให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อเก็บเงินที่เหลือไว้เป็นที่ระลึกเท่านั้น
ขากลับผ่านฮังการีอีกแต่ไม่เข้าเมือง บรรยากาศสองข้างทางเป็นทุ่งหญ้า พืชน้ำมันเหมือนกับที่เดินทางมาแต่ไม่สวยเหมือนวันที่เดินทาง
มาหรืออาจจะเป็นเพราะนานเข้าเริ่มชินก็ได้ ป้าแป๋วขึ้นรถง่วงนอนมาก นั่งหลับตาหลับ ๆ ตื่น ๆ ฟังคำอธิบายเส้นทางสู่โรมาเนีย ตื่นเมื่อแวะ
เติมน้ำมัน และเริ่มบันทึกต่อ สองข้างทางไม่น่าสนใจ จึงคุยกันถึงปัญหาการทำงาน ประสบการณ์ของแต่ละคน และเล่านิทานก้อมกันสนุกดี
แต่ไม่ได้บันทึกไว้ ถ้าอยากอ่านเดี่ยวจะมาเขียนให้อ่านวันหลัง  ลูกเกศอธิบายลักษณะของถนนที่ไม่มีรอยต่อเหมือนเมืองไทย (ขอเก็บ
เป็นการบ้าน นำมาบอกเล่าให้อ่านทีหลังนะคะ) ขณะรถวิ่งมามีลมค่อนข้างแรงมาก ดูจากต้นไม้ไหวและแรงลมที่ปะทะรถ ใกล้เที่ยง
แดงย้ายที่นั่งมาเตรียมอาหารกลางวันให้ทุกคน นอกจากข้าวแล้วยังมีแซนวิสด้วย กินกันได้ตลอดทาง ขับรถถึงด่านผ่านเมือง Derecske
เข้าสู่ชายแดนฮังการี – โรมาเนีย ก่อนถึงด่าน Oradia เข้าเขตโรมาเนีย เมื่อเวลา 15.30 น. ที่นี่ใช้เงินสกุล Lei 1 เลหรือลี = 11.50 บาท
หรือ 1 ยูโร = 4.05 เล แลกเงินกันไว้ซื้อของคนละ 50 ยูโร ได้ 200 เล (ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย)

          จากปูดาเปสถึงชายแดนโรมาเนีย ไม่ใคร่มีภูเขา เป็นที่ราบ ออกจากโอราเดีย(Oradia) อุณหภูมิสูงขึ้น 30 องศา ต้องถอดเสื้อ
ออกที่ละชิ้น ที่เมืองโอราเดียมีรถรางไฟฟ้าด้วย เราไม่ได้เข้าเมืองกัน มาตามทางเส้นทาง E79 ตรงไปดีวา( Deva ) ถนนคู่ขนานกับ
ทางรถไฟประมาณ 1 ก.ม. ถนนกำลังปรับปรุง ขยายถนน น่าจะมีการก่อสร้างใหม่ ทั้งอาคารและถนน เพราะเห็นรถบรรทุกวัสดุก่อสร้าง
บ่อยมาก ผู้คนน่าจะนับถือศาสนาคริสต์  เพราะมีสุสานยาว 2 ข้างทาง 

           โรมาเนีย เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ ในอดีต ดินแดนแห่งนี้อยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิออตโตมัน
ต่อมา ได้ประกาศเอกราช โดยได้สถาปนาเป็นประเทศในปี 2421ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 โรมาเนียถูกกองทัพเยอรมนีเข้ายึดครอง
แต่กองทัพโซเวียตได้ปลดปล่อยและมีอำนาจเหนือโรมาเนียแทนเมื่อสิ้นสุดสงคราม มีการโค่นล้มระบอบกษัตริย์และเปลี่ยนแปลง
การปกครองไปสู่ระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์ ในปี 2490 ในเดือนธันวาคม 2532 ประชาชนได้ก่อการปฏิวัติล้มล้างการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย และประกาศใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2534 เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ โดยกำหนดแนวนโยบายแห่งรัฐใหม่เป็นรัฐประชาธิปไตยและสวัสดิการสังคม (Democratic and Social State) มีประธานาธิบดีเป็นประมุข  ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน ภายหลังจากการปกครองแบบระบบคอมมิวนิสต์ของโรมาเนียถูกล้มล้างโดยการปฏิวัติ 
มีเมืองหลวงชื่อ บูคาเรสต์ เป็นเมืองทีใหญ่ที่สุดในประเทศ สกุลเงินที่ใช้ เป็นเงิน ลิว (RON) (ที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

          กลับสู่การเดินทางของเราต่อ เป้าหมายของเราคือ เข้าที่พักที่เมืองซีบิว (Sibiu) จากโอราเดีย ถึงซีบิว ตึกรามบ้านช่องลักษณะ
สร้างใหม่ สมัยใหม่คล้ายบ้านเราต่างจังหวัด ทาสีสันสดใส ออกจากดีวา (Deva) ประมาณ 10 ก.ม. วิวเริ่มสวย มีเขาไม่สูงนัก ป่าบนเขา
เขียวขจีไม่หัวโล้น บ้านปลูกชิดริมถนน มีบริเวณอยู่ด้านหลัง สีสันหลากหลาย ส่วนใหญ่ทาสีเขียว นิยมปลูกองุ่นด้านข้างหรือหลังบ้าน
ถนนแคบ ๆ ธงชาติรูมาเนีย สีน้ำเงิน เหลือง แดง พื้นที่เป็นภูเขาเตี้ย ๆ ยังมีที่รกร้างว่างเปล่า ไม่เหมือนออสเตรีย ฮังการี ผืนดินใช้
ประโยชน์หมด ที่นี่ใช้ม้าไถนา พรวนดิน มีวัวบ้างเหมือนกันแต่เห็นน้อยมาก เส้นทางเริ่มขึ้นเขาสูงขึ้นเรื่อย ๆ วิวสวยขึ้น ถนนแคบ
เพียง 2 เลน ขรุขระ ป่าปลูกเป็นระเบียบ มีข้อความว่าทางหักโค้งเป็นอันตราย ทางโค้งมาก

          ผ่านเมืองเบรุส (Beius) ประมาณ 16.15 น. ภูเขาสูงขึ้น อุหภูมิ 24 C บ้านสองข้างทางที่มีผู้หญิงทำงานอยู่จะมีผ้ากันเปื้อน
ผ่านโรงเบียร์ Burger ทุ่งหญ้ามีกองฟางไว้เลี้ยงม้า มีควายเทียมเกวียนด้วย มีโรงเรือนหลังคาพลาสติก ปลูกดอกไม้สวยดี  ระยะทาง
ดีวา ถึงเบรุส 109 ก.ม. มีที่พักข้างทางเป็นระยะเห็นจากมีโต๊ะ เก้าอี้ 1ชุด สีส้มทุกจุดคล้ายม้าหินอ่อนบ้านเรา แต่มิได้ติดกระเบื้อง
เห็นฝูงแกะกำลังกินหญ้าหลายฝูง เส้นทางสูงขึ้น หักโค้งมากขึ้น ขับรถไวไม่ได้ สองข้างทางมีกิ่งไม้แห้งเป็นกอง ๆ ปลายเสาไฟฟ้า
หลายแห่งมีนก ตัวใหญ่ทำรังกกไข่อยู่  ผ่านเมืองแบเล (ผิดหรือเปล่า) ถนนเป็นแบบโรมันสำหรับคนเดิน

         จากนั้นผ่านโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้านิวเคลียร์  ข้างทางหน้าหมู่บ้านมีน้ำลูกพรุนใส่ขวดรีไซเคิล(ดูไม่สะอาดพอ) ซีส ขนมปัง
ขายข้างทาง พอเห็นของกิน แดงนำเสบียงที่เตรียมมานั่งกินบนรถ รวมทั้งมะกอกดอง ขนมต่าง ๆ ให้กินเล่น (น่าจะอร่อยกว่ากันเยอะ.)
ถึงเมืองซีบิว ประมาณ 5 ทุ่ม Hostel ชื่อ Lapadre เจ้าของบ้านเป็นนักดนตรี และนักล่าสัตว์ เป็นพ่อหม้าย อายุ 53 ปี แต่ดูแก่กว่าหนุ่ม ๆ
คณะเรา ลูกโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว อยู่คนเดียว ออกมาต้อนรับ แนะนำเรื่องที่พัก อุปกรณ์ต่าง ๆ ดูแลพวกเราอยู่ครู่หนึ่ง ก็ออกไปข้างนอก
กลับมาอีกทีตอนเช้า ซึ่งปกติเขาจะพักที่นี่

          เขาจัดบ้านพักไว้น่ารักมาก มี 2 ห้อง ห้องแรกมี 3 เตียงนอนได้ 6 คน จัดต่างระดับกัน  อีกห้องนอนได้ 2 คน คืนนี้เขาจะนอนที่ห้อง
นั่งเล่นซึ่งมีโซฟา เครื่องดนตรี อนุญาตให้ใช้คอมพิวเตอร์ โบ้และลูกเกศรีบเช็คเมลกัน แต่มีปัญหานิดหน่อยคีย์บอร์ดไม่มีภาษาไทย โบ้จึงไม่
บรรลุเป้าหมาย เวลาที่โรมาเนีย เร็วกว่าออสเตรียและฮังการี 1 ชั่วโมง 

          28 เม.ย. 52 อาหารเช้าวันนี้คือข้าวต้ม ไข่เจียว หมูกรอบ ขนมปัง กาแฟ ผลไม้ แล้วซื้อเสบียงจากซุปเปอร์เล็ก ๆ ใกล้ที่พัก
เตรียมอาหารกลางวัน เช้าวันนี้อุณหภูมิ 12 C มีลมแรง หนาวมากๆๆ  ออกไปเดินเที่ยวที่ถนนคนเดิน ถนนไม่ใหญ่นัก ใช้ก้อนหินจัดวาง
เป็นระเบียบแน่นหนาเป็นลักษณะของถนนโรมัน ใกล้ที่พักมีโรงแรมใหญ่ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเตรียมออกเดินเที่ยวเหมือนพวกเรา
ทุกคนดื่มด่ำกับความงดงามของบ้านเมือง หน้าต่าง(ห้องใต้หลังคา) เป็นรูปตาคนดูแปลกไปอีกแบบ ใช้เวลาชมเมืองไปชั่วโมงกว่า
กลับมาบ้านพัก จัดของขึ้นรถ

Brasov เมืองมรดกโลก

 

          ออกจากซิบิว 10.30 น. เดินทางไปบาซอฟ (Brasov) เมืองมรดกโลกเป้าหมายต่อไป รถแล่นไปตามถนนสาย E68
มองไปไกลเห็นภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ลูกเกศ แดงช่วยกันเล่าประวัติของเมืองบาซอฟให้ฟัง คุณนิวหยุดรถฉุกเฉิน และค่อย ๆบอก
กับลูกทัวร์ว่ามีสัญญาณว่าประตูปิดไม่สนิท เกรงลูกทัวร์จะตกใจ  เส้นทางขึ้นภูเขาสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ เมืองบาซอฟสูงกว่าระดับน้ำทะเล
2,000 ฟุต สองข้างทางน่าจะปลูกข้าวสาลี พืชล้มลุก...... ใช้ม้าไถนา ควายเหล็กมีน้อยมาก มีฟาร์มเลี้ยงแกะเป็นช่วง ๆ ฝูงละประมาณ
50-100 ตัว และเจอบ่อยขึ้น บ้างก็เลี้ยงแพะ ระหว่างทางมีร้านขายเครื่องจักสานประเภทหวาย และรูปปั้นตกแต่งบ้าน มีการซ่อมแซมถนน
ช่วงจังหวะรถติด เพราะต้องวิ่งทีละเลน มีสาวอายุไม่เกิน 20 ปี อุ้มลูกมาขอทานที่รถ น่าจะเป็นชาวยิปซี มีชุมชนอยู่เป็นหย่อม ๆ
ทั้งบนภูเขาและที่ราบ

 

 

          ความงานของเมืองบราซอฟ เป็นอีกหนึ่งเพชรน้ำงามแห่งยุโรปตะวันออก จึงได้ชื่อว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งโรมาเนีย ในเมื่อความงามของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสิ่งที่ติดตาตรึงใจคนที่มีโอกาสได้พาตัวเองไปเยี่ยมเยือน ไม่ว่าจะเป็นหิมะสีขาวบนยอดเขา เรื่อยมาถึงทุ่งหญ้าสุดกว้างไกลที่มีแกะนับหมื่นเป็นสิ่งแต่งแต้ม หรือแม้กระทั่งปราสาทโบราณบนยอดเขา ฯลฯ เมื่อความงดงามของสวิตเซอร์แลนด์เป็นสิ่งที่เลอค่าอยู่ในห้วงคำนึง เมื่อเห็นภูมิประเทศในลักษณะใกล้เคียง นักเดินทางหลายคนจึงเปรียบเปรยว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์ "บราซอฟ (Brasov)" จึงถูกขนานนามว่า "สวิตเซอร์แลนด์น้อยแห่งโรมาเนีย"

ตรอก Sforii อายุกว่า พันปี

           หากมาถึงบราซอฟแล้วไม่ได้ไปที่ถนน Sforii ว่ากันว่าเท่ากับมาไม่ถึงบราซอฟ ถนนสายนี้นอกจากจะแคบที่สุดในโรมาเนียแล้ว
ยังได้ชื่อว่าเป็นถนนสายที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอีกด้วย เพราะสร้างมานานกว่าพันปีแล้ว สองข้างทางของถนน Sforii จะเต็มไปด้วยแกลเลอรี่ศิลปะที่น่าชมมากมาย ย่านนี้ยังถือเป็นย่านที่ศิลปินชาวบราซอฟมักออกมาประชันฝีมือกันอยู่เสมอ การมาชมความงามของ
ถนนสายนี้จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมการเดินทาง เพื่อให้ได้ชื่อว่าได้มาถึงบราซอฟแล้วจริง ๆ


ถนน Sforii

         ถึงเมืองบาซอฟหาที่พักที่จองไว้โดยให้ Taxi เป็นผู้นำทาง คุณนิวไปติดต่อเจ้าของห้องพัก เจ้าของห้องพักนำไปหาที่
จอดรถที่ใกล้และปลอดภัยที่สุด ขนสัมภาระขึ้นห้องพักซึ่งเป็นอพาตเม้นท์ได้ห้องพักที่ 7 ชั้น 3 กับห้องพักที่ 31 ชั้น 11 เป็นห้องสูท
พักได้ห้องละ 4 คน อุปกรณ์ทำครัวสมบูรณ์ ถูกใจแดงเป็นที่สุด เราใช้ห้องทำอาหารที่ห้องแดง คือห้อง 31 ชั้น 11 เพราะมีระเบียงกว้าง
กะจะออกไปทานข้าวที่ระเบียงกัน และมองเห็นรถได้ชัดเจน มีลิฟค่อนข้างโบราณระบบไม่เหมือนกับบ้านเรา ขลุกขลักกันนิดหน่อยกับระบบ
ถึงอย่างไรก็ดีกว่าเดินขึ้นไปเอง การเข้าห้องและอาคารใช้ระบบ Key Gard ลิฟท์เป็นประตู 2 ชั้น กดเรียกลิฟท์ขึ้นมา จึงจะเปิดประตูเข้า
ไปได้  มิใช่ประตูอัตโนมัติแต่ถ้าลิฟท์ยังไม่มาประตูจะไม่เปิด เมื่อเข้าลิฟท์ต้องปิดประตูให้เรียบร้อยทั้งสองชั้น จึงจะกดลิฟท์ไปชั้นต่าง ๆ
ได้ตามต้องการ บางที่กดแล้วไปไม่ได้แสดงว่าประตูยังปิดไม่เรียบร้อย ดูปลอกภัยดีแต่เราไม่ชินกันเอง ขึ้นลิฟท์ต้องมีเพื่อนไม่กล้าใช้ลิฟท์
คนเดียวกลัวติดอยู่ในลิฟท์ ไม่มีผู้ช่วย


ทุกปัญหามีทางออก... ปรึกษาสิงโตทาโร่ ทำนายดวงด้วยไพ่ยิปซี



Last Updated on Monday, 28 June 2010 22:50
 

Add your comment

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
Very HappySmileWinkSadSurprisedShockedConfusedCoolLaughingMadRazzEmbarrassedCrying or Very SadEvil or Very MadTwisted EvilRolling EyesExclamationQuestionIdeaArrowNeutralMr. GreenGeekUber Geek
Your name:
Subject:
Comment:
  The word for verification. Lowercase letters only with no spaces.
Word verification:
Share |

ads


Banner

Banner